นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดยระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ที่จะกำหนดทิศทางอนาคตชาติ
นายกฯ เน้นย้ำความสำคัญของการเลือกตั้ง
นายเศรษฐากล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า "การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทน แต่คือการเลือกอนาคตของประเทศ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางประเทศผ่านคูหาเลือกตั้ง" พร้อมย้ำว่าการใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนตามระบอบประชาธิปไตย
กกต. เตรียมความพร้อมรองรับผู้ใช้สิทธิ
ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง โดยระบุว่าได้จัดเตรียมหน่วยเลือกตั้งกว่า 95,000 หน่วยทั่วประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีมาตรการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งอย่างเข้มงวด
นายทะนงศักดิ์ พูลสวัสดิ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า "เรามีระบบตรวจสอบและป้องกันการทุจริตที่รัดกุม พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม"
ประชาชนตอบรับเข้าร่วมเลือกตั้ง
จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน พบว่ามีความสนใจและตั้งใจจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้สูงถึงร้อยละ 85 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเมืองมากขึ้น
นางสาวสมหญิง ใจดี ประชาชนในกรุงเทพฯ กล่าวว่า "ครั้งนี้เราตั้งใจจะไปเลือกตั้ง เพราะอยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น อยากให้มีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ"
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังจากที่มีการยุบสภาฯ โดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศ
นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการชี้วัดความนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนโยบายเศรษฐกิจ



