ยอดขาย EV จีนทะลุ 50% ครั้งแรกในเดือนก.ค. แซงน้ำมัน
ยอดขาย EV จีนทะลุ 50% ครั้งแรกในเดือนก.ค. แซงน้ำมัน

ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในประเทศจีนพุ่งทะลุ 50% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในเดือนกรกฎาคม 2567 เป็นครั้งแรก ตามข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งจีน (CPCA) ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยคิดเป็นสัดส่วน 50.7% ของยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเดือนดังกล่าว

สถิติใหม่ของตลาดรถยนต์จีน

ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าสัดส่วน 45.3% ในเดือนมิถุนายน และ 36.2% ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่รวดเร็วขึ้นในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวและการบริโภคที่อ่อนแอ

ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวมในจีนเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1.72 ล้านคัน ลดลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยอดขาย NEV เพิ่มขึ้น 36.9% สู่ระดับ 878,000 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ลดลง 26% สู่ระดับ 854,000 คัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยหนุนจากนโยบายและการแข่งขัน

นายฉุย ตุงชู เลขาธิการ CPCA กล่าวว่า การที่ยอดขาย NEV แซงหน้า ICE เป็นครั้งแรกเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ และคาดว่าสัดส่วน NEV จะยังคงสูงกว่า 50% ในเดือนต่อๆ ไป โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลกลางและท้องถิ่น รวมถึงการอุดหนุนการเปลี่ยนรถยนต์เก่าเป็นรถยนต์พลังงานใหม่

นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เช่น BYD และ Tesla ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคารถ EV ถูกลงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น BYD ครองส่วนแบ่งการตลาด NEV สูงสุดในจีนที่ 33.5% ในเดือนกรกฎาคม รองลงมาคือ Geely ที่ 7.4% และ Tesla ที่ 6.7%

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ

การเติบโตของ NEV ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ ICE ลดลงอย่างรวดเร็ว สร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าและสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของจีน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายให้รถยนต์พลังงานใหม่มีสัดส่วน 20% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ภายในปี 2568 ซึ่งปัจจุบันบรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้วตั้งแต่ปี 2565 และกำลังปรับเป้าหมายใหม่ที่ 50% ภายในปี 2573