ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนครั้งสำคัญ เมื่อแพลตฟอร์มข้ามชาติจากจีนกลับเติบโตสวนกระแส ขณะที่ตลาดโดยรวมเริ่มชะลอตัวลง การครองส่วนแบ่งตลาดกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทยจากแพลตฟอร์มจีน สร้างความกังวลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทย
สถานการณ์ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย
ปัจจุบันอัตราการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในไทยลดลงจากในอดีต แตกต่างจากจีนที่ยังคงมีอัตราการเติบโตสูงและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนครองตลาดในไทยมากกว่า 50%
สูตรสำเร็จของแพลตฟอร์มจีน
แพลตฟอร์มจีนมีสูตรสำเร็จที่ทำให้ลูกค้าติดใจ อาทิ ราคาถูกกว่าและการจัดส่งที่รวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อของคนไทยที่แตกต่างกันไป โดยแพลตฟอร์มที่คนไทยนิยมซื้อมากที่สุดคือ มาร์เก็ตเพลส เช่น Shopee และ Lazada คิดเป็น 50% รองลงมาคือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เช่น TikTok 30% และแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น LineMan และ Grab 20%
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย
การเติบโตของแพลตฟอร์มจีนส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวอย่างหนัก ทั้งในด้านราคาและการบริการเพื่อแข่งขันได้ นายธนาวัฒน์ชี้ว่า หากไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือสนับสนุนจากภาครัฐ อุตสาหกรรมไทยอาจล่มสลายในระยะยาว
แนวโน้มในอนาคต
แนวโน้มการเติบโตของแพลตฟอร์มจีนยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดไทยชะลอตัว ทำให้จำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นและปกป้องผู้ประกอบการท้องถิ่น การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทย



