เบื้องหลังการปิดตัวของ Iflix ในไทย สะท้อนการแข่งขันที่ดุเดือดของสตรีมมิ่ง
เบื้องหลัง Iflix ปิดตัวในไทย สะท้อนการแข่งขันสตรีมมิ่ง

Iflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสัญชาติมาเลเซีย ประกาศยุติให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังจากถูก Disruptor เข้าซื้อกิจการและควบรวม ส่งสัญญาณถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดสตรีมมิ่งที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

เบื้องหลังการปิดตัวของ Iflix ในไทย

Iflix ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2559 โดยมีจุดขายคือการให้บริการสตรีมมิ่งในราคาประหยัดและเน้นเนื้อหาท้องถิ่น สามารถสร้างฐานผู้ใช้ได้จำนวนมาก แต่ทว่าการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งรายใหญ่ เช่น Netflix, Disney+ Hotstar, และ TrueID ทำให้ Iflix ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งตลาด

เมื่อต้นปี 2566 Disruptor บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ ได้เข้าซื้อกิจการ Iflix และประกาศควบรวมแพลตฟอร์ม ส่งผลให้ Iflix ต้องยุติการให้บริการในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อผู้ใช้และคู่แข่ง

ผู้ใช้ Iflix ในไทยได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เคยชมได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม Iflix ได้แจ้งให้ผู้ใช้ย้ายไปใช้บริการของ Disruptor แทน ซึ่งมีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน

การปิดตัวของ Iflix สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งขนาดกลางที่ต้องแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ที่มีงบประมาณมหาศาล ตัวอย่างเช่น Netflix ใช้งบประมาณด้านเนื้อหามากกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 ขณะที่ Disney+ Hotstar ก็มีเนื้อหาจากจักรวาล Marvel และ Star Wars ที่ดึงดูดผู้ชม

อนาคตของตลาดสตรีมมิ่งในไทย

ตลาดสตรีมมิ่งในไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ตามข้อมูลจาก Statista อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่รุนแรงทำให้แพลตฟอร์มต้องปรับกลยุทธ์ ทั้งในด้านราคา เนื้อหา และเทคโนโลยี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าตลาดสตรีมมิ่งในไทยจะมีการควบรวมกิจการมากขึ้น เนื่องจากแพลตฟอร์มขนาดเล็กไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง การปิดตัวของ Iflix จึงเป็นสัญญาณว่าเฉพาะแพลตฟอร์มที่มีความแข็งแกร่งด้านการเงินและเนื้อหาเท่านั้นที่จะอยู่รอดในระยะยาว