ธนาคารกลางจีน (People's Bank of China) ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) พร้อมทั้งอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงิน เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวลงอย่างหนัก
รายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายผาน กงเซิง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน แถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ว่า ธนาคารกลางจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.20 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 1.50% และลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีเงินทุนสำหรับปล่อยกู้เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 5 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ระยะ 1 ปี และ 5 ปี ลง 0.20 จุดเปอร์เซ็นต์ โดย LPR ระยะ 1 ปีจะอยู่ที่ 3.35% และ LPR ระยะ 5 ปีจะอยู่ที่ 3.85% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ หลังจากที่เศรษฐกิจจีนขยายตัวเพียง 4.7% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 5% ทั้งปี นักวิเคราะห์มองว่าการลดดอกเบี้ยและ RRR จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือน และเพิ่มสภาพคล่องในระบบธนาคาร
ดร.หลี่ เฉียง นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า "นี่เป็นมาตรการที่ทรงพลังที่สุดที่เราเห็นในรอบทศวรรษ การลดดอกเบี้ยและ RRR พร้อมกันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสนับสนุนเศรษฐกิจ"
ตลาดหุ้นจีนตอบรับเชิงบวก โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้น 2.8% ในวันประกาศมาตรการ ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนกังวลว่ามาตรการนี้อาจไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน เช่น วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ
การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์
ธนาคารกลางยังประกาศมาตรการเฉพาะสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย (mortgage rate) สำหรับบ้านหลังแรกลง 0.50 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.00% และสำหรับบ้านหลังที่สองลง 0.50 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.50% นอกจากนี้ ยังลดอัตราการจ่ายเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับบ้านหลังแรกจาก 20% เหลือ 15% และสำหรับบ้านหลังที่สองจาก 30% เหลือ 25%
นายหวัง เจี้ยนหลิน ประธานบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ China Vanke กล่าวว่า "มาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อบ้าน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดสต็อกบ้านคงค้างและฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาด"
แนวโน้มเศรษฐกิจจีนระยะข้างหน้า
แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาในระยะสั้น แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายรายยังคงจับตาดูความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะที่สูงและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก กระทรวงการคลังจีนยังไม่ได้ประกาศมาตรการทางการคลังเพิ่มเติม แต่มีรายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาออกพันธบัตรพิเศษมูลค่า 2 ล้านล้านหยวน เพื่อใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสนับสนุนการบริโภค
นางซาราห์ ฮันเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics กล่าวว่า "การลดดอกเบี้ยและ RRR เป็นก้าวสำคัญ แต่จีนยังต้องดำเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาหนี้และเพิ่มผลิตภาพในระยะยาว"
อนึ่ง ธนาคารกลางจีนยังคงเป้าหมายการเติบโตของเงินเฟ้อไว้ที่ 3% ในปีนี้ โดยคาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นจากระดับต่ำในปัจจุบันที่ต่ำกว่า 1%



