เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.46 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ (7 มิ.ย. 2567) ซึ่งเป็นระดับแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 31 เดือน โดยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา โดยปัจจัยหลักมาจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาอ่อนแอลง รวมถึงแรงขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดลง
แรงซื้อพันธบัตรไทยจากนักลงทุนต่างชาติ
นางสาวกาญจนา โชคไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทยรวมกว่า 4.5 หมื่นล้านบาทในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567
นอกจากนี้ ตลาดยังคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรืออาจปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 272,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.0%
แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะต่อไป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้น โดยต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ รวมถึงการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และเงินบาทต่อไป
ทั้งนี้ การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย เนื่องจากทำให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าจะมีต้นทุนลดลง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่พึ่งพาการนำเข้า



