วิกฤตการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำที่อยู่เบื้องหลังการปรับราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงที่ผ่านมากำลังจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยบรรดาผู้บริหาร และนักวิเคราะห์ต่างประเมินตรงกันว่าแรงกดดันด้านราคาจะยืดยาวไปจนถึงปี 2027 หรืออาจนานกว่านั้น
สาเหตุจาก AI กวาดซื้อหน่วยความจำ
ต้นตอของปัญหาอยู่ที่การแย่งชิงกำลังการผลิตหน่วยความจำระหว่างสองฝั่งที่มีความต้องการต่างกันโดยสิ้นเชิง ฝั่งหนึ่งคือบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง เมตา, กูเกิล และแอมะซอน ที่กำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกฝั่งคือผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคอย่างแอปเปิล หรือไมโครซอฟท์ ที่ต้องการหน่วยความจำในตลาดทั่วไป ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำหลายรายจึงหันมาจัดสรรสายการผลิตให้บริษัทที่มีงบลงทุน AI มหาศาลมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณที่เหลือสำหรับตลาดผู้บริโภค
ตัวเลขสะท้อนวิกฤต
ตัวเลขจากแหล่งต่างๆ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาสะท้อนภาพวิกฤตนี้ได้ชัดเจน หมิง-ฉี กัว (Ming-Chi Kuo) นักวิเคราะห์จาก TF International Securities ประเมินว่าราว 15-20 เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตหน่วยความจำที่เดิมถูกจัดสรรไว้สำหรับอุปกรณ์ผู้บริโภคในปี 2026 จะถูกเบนเป้าไปยังอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2027 และสัดส่วนดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นอีก
ซันเจย์ เมโรตรา ซีอีโอของ Micron กล่าวในการประกาศผลประกอบการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า "อุปสงค์ยังคงเกินกว่าอุปทานของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าภาวะตึงตัวดังกล่าวจะยืดเยื้อออกไปตลอดปี 2027" ทางด้านบริษัทวิจัย TrendForce รายงานเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ทั้งสามเจ้าของโลกยังคงให้ความสำคัญกับการผลิตชิประดับ advanced node เพื่อรองรับความต้องการจากโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นหลัก
ราคาหน่วยความจำพุ่งขึ้น 40-50%
ในฝั่งราคา นักวิเคราะห์จาก Jefferies อ้างอิงประมาณการของ อีธาน แทน ที่ปรึกษาด้านหน่วยความจำว่า ราคาหน่วยความจำมีแนวโน้มพุ่งขึ้น 40-50 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 3 ของปี 2026 ตามด้วยอีก 30-40 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 4 และคาดว่าจะทะยานขึ้นอีกราว 40-45 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบปีต่อปีตลอดทั้งปี 2027
ผู้บริโภคแบกรับภาระราคาสินค้าที่สูงขึ้น
ผลกระทบต่อผู้บริโภคเริ่มชัดเจนขึ้นทุกที เมื่อแอปเปิลปรับขึ้นราคา Mac, iPad และอุปกรณ์เสริมไปหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐ โดย ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล เปรียบสถานการณ์นี้ว่าเป็น "น้ำท่วมร้อยปี" และยืนยันว่า "การขึ้นราคาให้ผู้บริโภคเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" ส่วนไมโครซอฟท์ก็ปรับราคาเครื่องเล่นเกมคอนโซล Xbox เป็นรอบที่สามนับตั้งแต่ปี 2025 พร้อมเตือนว่า ราคาหน่วยความจำ และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในคอนโซลพุ่งขึ้นกว่า 2.5 เท่าแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในช่วงปลายปีของปี 2027
ตลาด PC ทั่วโลกหดตัว
บริษัทวิจัยตลาดอย่าง IDC ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนว่า ตลาด PC ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ที่ปั่นป่วน โดยคาดการณ์ว่า ยอดจัดส่งพีซีทั่วโลกจะหดตัว 11.3 เปอร์เซ็นต์ตลอดทั้งปี และอาจดิ่งลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาส 4 เมื่อเทียบปีต่อปี
ในส่วน อีลอน มัสก์ ออกมาแสดงความเห็นสอดคล้องกับคุก โดยระบุว่า "นี่คือการปรับราคาครั้งใหญ่ที่สุดในทุกสิ่งที่เขาเคยเห็นมา" และชี้ว่า ภาวะอุปทานขาดแคลนเมื่อเทียบกับอุปสงค์นั้นเป็นเรื่องที่ "บ้ามาก"
แสงสว่างปลายอุโมงค์?
อย่างไรก็ดี วิกฤตหน่วยความจำขาดแคลนไม่ได้มืดมนเสียทีเดียว แต่ยังพอมี "แสงสว่างปลายอุโมงค์" เล็กน้อย จากความพยายามขยายกำลังการผลิตหน่วยความจำของผู้ผลิตหลายราย แต่กระบวนการปรับสายการผลิตต้องใช้เวลา และยังไม่มีหลักประกันว่าบริษัทอย่างแอปเปิลจะลดราคา MacBook หรือ iPad ลงหรือไม่ เมื่อต้นทุนชิปราคาถูกลงก็ตาม ในระหว่างนี้ ผลพวงจากการแข่งขันสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังบั่นทอนกระเป๋าเงินผู้บริโภคไปเรื่อยๆ และยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้



