รถยนต์ไฟฟ้า EV จีนบุกตลาดไทย ทุบสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์
รถยนต์ไฟฟ้า EV จีนบุกตลาดไทย ทุบสถิติยอดขายสูงสุด

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยพุ่งทะลุสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2567 โดยมียอดจดทะเบียนใหม่ถึง 10,500 คัน เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 120% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

รถยนต์ไฟฟ้าจีนครองส่วนแบ่งตลาด

รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนยังคงครองส่วนแบ่งตลาดไทยอย่างท่วมท้น คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของยอดขายทั้งหมด โดย BYD ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยยอดขาย 3,500 คัน คิดเป็น市场份额 33% รองลงมาคือ MG, NETA, และ Great Wall Motors (GWM) ซึ่งมียอดขายรวมกันกว่า 5,000 คัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า "การเติบโตของตลาด EV ในไทยเป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมของรัฐบาลที่ดึงดูดนักลงทุนจีนให้มาตั้งฐานการผลิตในประเทศ รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาที่ถูกลง"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยหนุนการเติบโต

นอกจากนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขาย EV พุ่งสูงขึ้น ได้แก่ การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในราคาที่แข่งขันได้ การขยายสถานีชาร์จไฟทั่วประเทศ และความตระหนักรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ส.อ.ท. คาดว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยตั้งเป้าว่ายอดขายทั้งปี 2567 จะอยู่ที่ 80,000-100,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 50,000 คัน อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและความเพียงพอของสถานีชาร์จที่ต้องเร่งพัฒนา

ผลกระทบต่อตลาดรถยนต์รวม

การเติบโตของตลาด EV ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์รวมในไทยเดือนกรกฎาคม 2567 อยู่ที่ 65,000 คัน เพิ่มขึ้น 5% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสุรพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า "ตลาดรถยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ผู้ผลิตเดิมต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด ขณะที่ผู้เล่นใหม่จากจีนเข้ามา disrupt อุตสาหกรรมอย่างรุนแรง"

แนวโน้มในอนาคต

ส.อ.ท. คาดว่าส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในปี 2568 และอาจสูงถึง 50% ภายในปี 2573 หากรัฐบาลยังคงมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบชาร์จเร็ว

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่และมูลค่าซากของรถ EV ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยผู้ผลิตและภาครัฐร่วมกัน