สธ.ยันวัคซีนโควิด19 เข็มกระตุ้นจำเป็น ป้องกันป่วยหนัก-เสียชีวิต
สธ.ยันวัคซีนโควิด19 เข็มกระตุ้นจำเป็น ป้องกันป่วยหนัก

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด-19 และความจำเป็นของการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นว่า ขณะนี้ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหากไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์

ยอดฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นล่าสุด

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 15 มีนาคม 2568 พบว่ามีประชาชนได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น (เข็มที่ 3 ขึ้นไป) แล้วประมาณ 35 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมด โดยกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับเข็มกระตุ้นแล้วร้อยละ 60 ส่วนกลุ่มผู้มีโรคเรื้อรังได้รับร้อยละ 55

นายแพทย์โอภาสกล่าวว่า "วัคซีนเข็มกระตุ้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดความรุนแรงของโรค โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนและสายพันธุ์ย่อยที่แพร่ระบาดในปัจจุบัน ข้อมูลจากต่างประเทศชี้ว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 3 เข็มมีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนถึง 10 เท่า"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลุ่มเสี่ยงต้องเร่งฉีด

กระทรวงสาธารณสุขได้เน้นย้ำให้กลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์ เข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยเร็วที่สุด เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามเวลาหลังการฉีดวัคซีนเข็มก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว ควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังจากหายป่วยแล้วอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น

วัคซีนรุ่นใหม่รองรับสายพันธุ์

นายแพทย์โอภาสแจ้งว่า กรมควบคุมโรคได้จัดหาวัคซีนรุ่นใหม่ที่ปรับปรุงสูตรให้ครอบคลุมสายพันธุ์โอมิครอน BA.4/BA.5 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดหลักในปัจจุบัน โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา และมีเพียงพอสำหรับประชาชนทุกคน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

"วัคซีนรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจาย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีนและมารับบริการได้ที่โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ" นายแพทย์โอภาสกล่าวทิ้งท้าย