กรมควบคุมโรคเตือนภัย! ไข้กาฬหลังแอ่นระบาดในอังกฤษ แนะฉีดวัคซีนล่วงหน้า 10 วันก่อนเดินทาง
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) ในสหราชอาณาจักรกำลังเป็นที่จับตามองของหน่วยงานสาธารณสุขและประชาชนทั่วโลก หลังมีรายงานพบผู้ป่วยในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งข้อมูลจากหน่วยงานอย่าง UKHSA และ ECDC ระบุว่า ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมประมาณ 20 คน ในจำนวนนี้ยืนยันแล้ว 9 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 คน
ไทยยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน แต่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นกลุ่มก้อน แต่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนเดินทางไปสหราชอาณาจักรหรือประเทศในยุโรป ให้เพิ่มความระมัดระวังและพิจารณารับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง โดยเฉพาะวัคซีนสายพันธุ์ MenB
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบในประเทศอังกฤษเชื้อ Neisseria meningitidis สายพันธุ์ serogroup B (MenB) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรง โดยการระบาดมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมรวมกลุ่มในสถานที่ปิดช่วงต้นเดือนมีนาคม ส่งผลให้เกิดกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษาและชุมชนที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง
มาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ระบาด
หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ประกอบด้วย:
- การติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง
- การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันในผู้สัมผัสใกล้ชิด
- การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมโรคไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ B ให้กับกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาที่อาศัยอยู่รวมกันและมีพฤติกรรมเสี่ยงร่วมกัน เช่น การอยู่ใกล้ชิดเป็นเวลานาน การใช้ภาชนะร่วมกัน หรือการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม การระบาดยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิด ยังไม่พบการแพร่กระจายในวงกว้าง และความเสี่ยงโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ
กลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณารับวัคซีน
กรมควบคุมโรคแนะนำผู้ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการระบาด เช่น พื้นที่ในสหราชอาณาจักรหรือประเทศในยุโรป พิจารณารับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง โดยเฉพาะวัคซีนสายพันธุ์ MenB กลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ ได้แก่:
- เด็กและวัยรุ่น
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ
สถานการณ์โรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เชื้อก่อโรคไข้กาฬหลังแอ่นมีหลายสายพันธุ์สำคัญ ได้แก่ A, B, C, W และ Y โดยโรคนี้สามารถพบผู้ป่วยได้ประปรายตลอดทั้งปี และที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่พบการระบาดขนาดใหญ่หรือการระบาดเป็นกลุ่มก้อน
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 17 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 5 คน และมีผู้เสียชีวิต 3 คน โดยยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการระบาดจากต่างประเทศ แม้จำนวนผู้ป่วยจะอยู่ในระดับต่ำ แต่กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรครุนแรงและต้องรายงานตามกฎหมาย
อาการของโรคและวิธีการป้องกัน
ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ซึม และบางรายอาจมีจุดเลือดออกหรือผื่นเลือดออกตามผิวหนัง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางหรือการสัมผัสเสี่ยง เช่น พื้นที่ที่มีการรายงานโรค หรือมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย
โรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และมีวัคซีนป้องกันเป็นทางเลือก โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยง ควรปรึกษาหน่วยบริการสาธารณสุขก่อนรับวัคซีน แนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยวิธีดังนี้:
- ล้างมือบ่อย ๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด
- หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ จาม
เนื่องจากโรคติดต่อผ่านละอองฝอยและการใช้สิ่งของร่วมกัน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา
ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ไข้กาฬหลังแอ่นไม่ได้เป็นโรคใหม่ แต่เป็นโรคที่มีมานานมากแล้ว สมัยก่อนไม่มีวัคซีน ก็ใช้ยาปฏิชีวนะในการป้องกันผู้สัมผัสโรค และปัจจุบันก็ยังใช้อยู่
ปัจจุบันมีวัคซีนในการป้องกัน แต่เนื่องจากแบคทีเรียนี้มีหลาย serotype การผลิตวัคซีนจึงจำเป็นที่ให้ตรงสายพันธุ์ แต่เดิมสายพันธุ์ที่ระบาดมากในประเทศไทยเป็น Meningococcal type B แต่การระบาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา ส่วนมากเป็นสายพันธุ์ C และอื่นๆ เช่น A, Y และ W จึงมีการพัฒนาวัคซีน 4 สายพันธุ์ คือ ACYW และให้เพียงเข็มเดียว ยกเว้นในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำจะให้ 2 ครั้ง
ส่วนสายพันธุ์ serotype B กระตุ้นสร้างภูมิต้านทานไม่ดี การทำวัคซีนในระยะแรกจึงจะมีปัญหา ต่อมาจึงมีการทำวัคซีนเฉพาะเจาะจงต่อสายพันธุ์ B ชนิดเดียว แต่วัคซีนนี้ต้องให้ 2 ครั้งห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน และถ้าเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ จะต้องให้ 3 ครั้ง ปัจจุบันจึงมีวัคซีนสำหรับโรคไข้กาฬหลังแอ่นถึง 2 ชนิด คือ 4 serotype (ACYW) และ 1 serotype (B)
การเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะไปเรียนหรือ work and travel ในช่วงปิดเทอม หลายประเทศแนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นชนิด 4 serotype เข็มเดียว สำหรับประเทศไทย ยังไม่ได้แนะนำให้ฉีดเพราะโรคนี้มีอุบัติการณ์ไม่สูงมาก และส่วนใหญ่เป็น Serotype B นอกจากการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปเรียนหรือแสวงบุญ
ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ยังระบุด้วยว่า การระบาดในประเทศอังกฤษในปีนี้ที่เป็นข่าวใหญ่โต เกิดจากสายพันธุ์ชนิด B ถ้าต้องให้ครอบคลุมทั้งหมดทุกสายพันธุ์ ก็สามารถฉีด 2 เข็มพร้อมกันได้ แต่สายพันธุ์ B จะต้องให้ 2 ครั้งห่างไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน การเตรียมตัวเดินทางถ้าเป็นไปได้ก็ต้องเตรียมล่วงหน้าเป็นเดือนเพื่อให้เกิดการครอบคลุมแบบสมบูรณ์มากขึ้น



