พรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเมืองไทยให้มีเสถียรภาพและเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น แหล่งข่าวจากพรรคเปิดเผยว่า ร่างแก้ไขดังกล่าวจะเน้นการปรับปรุงระบบเลือกตั้งและการลดทอนอำนาจขององค์กรอิสระที่ถูกมองว่ามีบทบาทเกินขอบเขต
สาระสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ร่างแก้ไขฉบับแรกมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งจากบัญชีรายชื่อแบบปิดเป็นแบบเปิด เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทนมากขึ้น ขณะที่ฉบับที่สองจะลดอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้องค์กรเหล่านี้ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลโดยไม่แทรกแซงการทำงานของฝ่ายการเมืองมากเกินไป
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง” โดยพรรคคาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลและบางส่วนของฝ่ายค้าน
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ด้านพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขครั้งนี้ โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีกลไกที่เพียงพอต่อการรักษาเสถียรภาพของประเทศแล้ว ขณะที่พรรคก้าวไกล (กก.) กลับสนับสนุนแนวคิดของเพื่อไทย แต่ต้องการให้แก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นที่มาและอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ด้วย
นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นระบบเลือกตั้งอาจช่วยลดปัญหาการซื้อเสียงและเพิ่มความโปร่งใส แต่การลดอำนาจองค์กรอิสระอาจเสี่ยงต่อการถูกครอบงำโดยฝ่ายการเมือง หากไม่มีระบบตรวจสอบที่รัดกุม
ความท้าทายและโอกาส
การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาล เนื่องจากต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 376 เสียงจากทั้งหมด 500 เสียง ซึ่งปัจจุบันพรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงรวมกันราว 300 เสียง จำเป็นต้องอาศัยเสียงจากฝ่ายค้านและวุฒิสภา
หากร่างแก้ไขผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมีความเป็นธรรมมากขึ้น และลดการแทรกแซงจากองค์กรอิสระที่ถูกวิจารณ์ว่ามีอำนาจมากเกินไป อย่างไรก็ตาม กระบวนการแก้ไขอาจใช้เวลานานเนื่องจากต้องผ่านการลงมติ 3 วาระ
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของร่างแก้ไข โดยจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนยื่นต่อสภาในสัปดาห์ถัดไป



