ก้าวไกลจ่อถอนญัตติซักฟอก หลังเจรจาเพื่อไทยไม่ลงตัว
ก้าวไกลจ่อถอนญัตติซักฟอก หลังเจรจาเพื่อไทยไม่ลงตัว

พรรคก้าวไกลเตรียมถอนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หลังการเจรจากับพรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยพรรคเพื่อไทยไม่ลงตัว แหล่งข่าวจากพรรคก้าวไกลเปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าไม่พร้อมร่วมซักฟอกในเวลานี้ เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายและระเบียบวาระการประชุมสภาฯ ที่คับคั่ง

สาเหตุที่ก้าวไกลต้องถอนญัตติ

แหล่งข่าวระบุว่า พรรคก้าวไกลได้เตรียมญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวน 6 คน ครอบคลุมกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และกระทรวงคมนาคม โดยมีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับความล้มเหลวในการบริหารจัดการ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านไม่ร่วมเดินหน้า การยื่นญัตติเพียงลำพังอาจไม่ผ่านการพิจารณาเนื่องจากเสียงไม่เพียงพอ

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องใช้เสียงข้างมากในสภา การที่เพื่อไทยไม่ร่วมทำให้เราเสียเปรียบ เพราะฝ่ายรัฐบาลมีเสียงเกินครึ่งอยู่แล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยยังคงยึดมั่นในบทบาทฝ่ายค้าน แต่จำเป็นต้องพิจารณาจังหวะเวลาและความพร้อมของข้อมูล “เราไม่ได้ปฏิเสธการซักฟอก แต่ต้องดูว่าญัตติที่เสนอมีน้ำหนักพอหรือไม่ และสภาฯ มีเวลาพิจารณาหรือไม่ เพราะตอนนี้มีกฎหมายสำคัญหลายฉบับรอการพิจารณา” นายประเสริฐกล่าว

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แสดงท่าทีสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล โดยนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “รัฐบาลชุดนี้ทำงานหนักและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ การซักฟอกในเวลานี้ไม่เกิดประโยชน์”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ฝ่ายค้าน

การถอนญัตติครั้งนี้สะท้อนความแตกแยกภายในฝ่ายค้าน โดยเฉพาะระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนโยบายเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์มองว่าการกระทำของก้าวไกลอาจทำให้คะแนนนิยมลดลง เนื่องจากประชาชนคาดหวังให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น

“ฝ่ายค้านควรสามัคคีกันเพื่อถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล แต่กลับทะเลาะกันเอง ทำให้ประชาชนผิดหวัง” นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าว

แนวโน้มการเมืองไทย

หลังการถอนญัตติ รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มีแนวโน้มที่จะบริหารประเทศต่อไปโดยไม่ถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากฝ่ายค้านอ่อนแอลง ขณะที่พรรคก้าวไกลอาจต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยอาจหันไปใช้เครื่องมืออื่น เช่น การตั้งกระทู้ถาม หรือการยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ

“เราจะไม่หยุดตรวจสอบ แต่จะใช้ช่องทางที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” แหล่งข่าวพรรคก้าวไกล กล่าวทิ้งท้าย