เตือนสายกินห้ามกลืนเม็ดกระท้อน เสี่ยงลำไส้อุดตันทะลุถึงตาย
เตือนสายกินห้ามกลืนเม็ดกระท้อน เสี่ยงลำไส้อุดตันทะลุ

ฤดูกาลของผลไม้รสเปรี้ยวหวานยอดฮิตอย่างกระท้อนกำลังมาเยือน แต่นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งคืออันตรายจากเม็ดกระท้อนที่อาจทำให้ลำไส้อุดตันและทะลุจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทุกปีมีผู้ป่วยจำนวนมากต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนจากการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

เม็ดกระท้อนอันตรายแค่ไหน

เม็ดกระท้อนมีลักษณะพิเศษคือมีเปลือกหุ้มที่ลื่นและนิ่มเมื่ออยู่ในปาก ทำให้เผลอกลืนลงคอได้ง่ายมาก เมื่อเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร ปุยสีขาวรอบเมล็ดจะถูกย่อยออกไปจนหมด เหลือเพียงเมล็ดแข็งขนาดใหญ่ที่มีผิวเรียบลื่นแต่หัวท้ายแหลมคม ซึ่งกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยเมล็ดที่แข็งราวก้อนหินนี้ได้

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมทางเดินอาหารด่วนจากการกลืนเม็ดกระท้อนเป็นจำนวนมาก บางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องจากมาพบแพทย์ช้าเกินไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภัยเงียบ 2 รูปแบบเมื่อกลืนเม็ดกระท้อน

เมื่อเกิดการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป ร่างกายจะเผชิญความเสี่ยงรุนแรง 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • เม็ดกระท้อนติดคอและอุดตันทางเดินหายใจ มักเกิดขึ้นขณะเคี้ยวเพลินแล้วเม็ดไหลลื่นลงคอไปติดบริเวณหลอดลมหรือโคนลิ้น ปิดกั้นทางเดินหายใจกะทันหัน ทำให้ขาดออกซิเจน หน้าเขียว ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที
  • เม็ดกระท้อนอุดตันลำไส้และแทงหลอดอาหาร/ลำไส้ทะลุ หากเม็ดผ่านกระเพาะลงไป เมล็ดที่เปลือยเปล่าปลายแหลมจะเดินทางเข้าสู่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีความคดเคี้ยวและแคบ ปลายแหลมจะทิ่มแทงผนังลำไส้จนเกิดแผล อักเสบ ติดเชื้อ เป็นหนอง และนำไปสู่ภาวะลำไส้ทะลุ ทำให้เศษอาหารและอุจจาระรั่วไหลเข้าสู่ช่องท้อง เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดอันตรายถึงชีวิต

ผู้สูงอายุและเด็กเล็กต้องระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มเสี่ยงที่สุดที่มีโอกาสเผลอกลืนและเกิดภาวะลำไส้ทะลุง่าย คือ ผู้สูงอายุ เนื่องจากประสิทธิภาพในการเคี้ยวลดลง สายตาไม่ดี หรือผู้ที่ใส่ฟันปลอมทำให้ความรู้สึกสัมผัสในช่องปากลดลง รวมถึงเด็กเล็กที่ยังแยกแยะไม่ได้ว่าสิ่งใดควรกลืนหรือคาย

สัญญาณเตือนเมื่อกลืนเม็ดกระท้อนแล้วเริ่มมีอาการผิดปกติ ได้แก่ ปวดท้องอย่างรุนแรง (มักปวดท้องด้านล่างซ้ายหรือขวาตามจุดที่เมล็ดไปติด) ท้องอืด แน่นท้อง ท้องผูก ถ่ายไม่ออก มีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระปนเลือดหรือมีสีดำคล้ำ หากมีอาการเหล่านี้หลังจากรับประทานกระท้อนภายใน 1-7 วัน ห้ามทานยาถ่ายหรือยาระบายเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเร่งให้ลำไส้บีบตัวจนเมล็ดทิ่มแทงทะลุมากขึ้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อเอกซเรย์และผ่าตัดด่วนทันที

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อเม็ดกระท้อนติดคอ

หากพบเห็นผู้ป่วยที่มีอาการเม็ดกระท้อนติดคอ อุดตันทางเดินหายใจ (พูดไม่มีเสียง ไอไม่ออก เอามือกุมคอ) ให้รีบทำการปฐมพยาบาลด้วยวิธี Heimlich Maneuver ทันที โดยยืนซ้อนด้านหลังผู้ป่วย โอบแขนรอบเอว กำมือหนึ่งข้างวางไว้เหนือสะดือใต้ลิ้นปี่เล็กน้อย ใช้มืออีกข้างกุมมือที่กำไว้ ออกแรงกระทุ้งมือขึ้นและเข้าหาตัวเองอย่างรวดเร็วและแรง เพื่อให้เกิดแรงดันในช่องอกดันเอาเม็ดกระท้อนให้หลุดออกมา

หมายเหตุ: หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จับนอนหงายและทำการ CPR พร้อมโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที

วิธีป้องกันและรับประทานกระท้อนอย่างปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัย ควรคายเม็ดกระท้อนทุกครั้งที่รับประทาน หรือเลือกรับประทานเมนูที่เชฟฝานเอาแต่เนื้อออกแล้ว เช่น กระท้อนทรงเครื่อง กระท้อนแช่อิ่ม หรือกระท้อนลอยแก้วที่ผ่านการคว้านเม็ดออก เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในกระท้อนอย่างปลอดภัย ไร้กังวล