กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนประชาชนใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 9-14 ตุลาคมนี้
สาเหตุจากร่องมรสุมและลมตะวันออกเฉียงเหนือ
ประกาศดังกล่าวระบุว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในระยะนี้ เนื่องจากร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่
นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
พื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด
จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลางและตะวันออก ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนภาคใต้ ครอบคลุมจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
คำแนะนำสำหรับประชาชน
กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่ม ควรเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า
สำหรับเกษตรกร ควรป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับพืชผลทางการเกษตร และเตรียมการระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูก ส่วนผู้ที่ต้องเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงในช่วงที่มีฝนตกหนัก
คลื่นลมแรงในทะเล
ชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 9-14 ตุลาคม เนื่องจากคลื่นลมอาจมีกำลังแรง
ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์ฝนตกหนักในครั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้าง ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและการติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญ



