เตือนผู้ปกครองหลังเด็กติดเกมรุนแรงขึ้น เสี่ยงซึมเศร้า
เตือนผู้ปกครองหลังเด็กติดเกมรุนแรงขึ้น เสี่ยงซึมเศร้า

กรมสุขภาพจิตออกมาเตือนผู้ปกครองให้เฝ้าระวังพฤติกรรมเด็กติดเกม หลังจากพบว่าช่วงการระบาดของโควิด-19 เด็กไทยมีอัตราการติดเกมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า จากเดิมร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 15 โดยเฉพาะเด็กอายุ 6-12 ปี ที่มีความเสี่ยงสูง

สัญญาณเตือนที่ผู้ปกครองควรสังเกต

นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า เด็กที่ติดเกมมักมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เช่น หงุดหงิดง่ายเมื่อไม่ได้เล่นเกม ละเลยการเรียนและกิจวัตรประจำวัน นอนดึก และใช้เวลาเล่นเกมมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตและร่างกาย

“เด็กที่ติดเกมจะมีความเสี่ยงเกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และสมาธิสั้นมากขึ้น เนื่องจากสมองถูกกระตุ้นด้วยรางวัลจากเกม ทำให้ขาดความสนใจในกิจกรรมอื่น” นพ.พงศ์เกษม กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวทางป้องกันและดูแล

กรมสุขภาพจิตแนะนำให้ผู้ปกครองกำหนดเวลาเล่นเกมที่เหมาะสม ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็กเล็ก และ 2-3 ชั่วโมงสำหรับเด็กโต พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมอื่น เช่น เล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรือทำงานศิลปะ

นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้สื่อดิจิทัล และพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับผลเสียของการเล่นเกมมากเกินไป หากพบว่าเด็กมีอาการติดเกมรุนแรง ควรปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

สถิติที่น่าห่วง

ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า ในปี 2565 มีเด็กไทยอายุ 6-17 ปี เข้ารับการบำบัดอาการติดเกมกว่า 2,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 30 โดยร้อยละ 60 เป็นเด็กชาย และร้อยละ 40 เป็นเด็กหญิง

ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้เปิดสายด่วน 1323 ให้คำปรึกษาฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ปกครองที่กังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุตรหลาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว