เกิดเหตุยิงกันในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ในสองพื้นที่ต่างกัน ได้แก่ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย และเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วทั้งสองราย
เหตุยิงในแอตแลนตา
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลในย่านมิดทาวน์ของแอตแลนตา เมื่อเวลาเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่น ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงภายในโรงพยาบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจแอตแลนตาสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ โดยระบุว่าเป็นชายอายุ 24 ปี มีประวัติปัญหาสุขภาพจิต จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาก่อน และอาจมีสาเหตุจากความไม่พอใจส่วนตัว
เหตุยิงในเพนซิลเวเนีย
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย จากการยิงกันในพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน ผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุ 19 ปี ซึ่งถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมาโดยไม่มีการต่อต้าน
ตำรวจฟิลาเดลเฟียเปิดเผยว่าผู้ต้องสงสัยมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่ และเหตุยิงครั้งนี้น่าจะมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม
ปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืน
เหตุการณ์ทั้งสองสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Gun Violence Archive ระบุว่าในปี 2567 เพียง 5 เดือนแรก มีเหตุการณ์ยิงกันที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากกว่า 4 คน (mass shooting) เกิดขึ้นแล้วมากกว่า 200 ครั้ง
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และเรียกร้องให้รัฐสภาผ่านกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น ด้านนักเคลื่อนไหวเพื่อการควบคุมอาวุธปืนก็ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันในสังคมอเมริกันเกี่ยวกับนโยบายควบคุมอาวุธปืน โดยกลุ่มที่สนับสนุนสิทธิในการถือครองอาวุธปืนอ้างถึงสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2



