สถานการณ์เด็กไทยติดเกมกำลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยข้อมูลล่าสุดจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่ามีเด็กและเยาวชนไทยอายุ 6-24 ปี ที่มีพฤติกรรมติดเกมสูงถึง 2.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของกลุ่มอายุนี้ โดยเฉลี่ยเล่นเกมนานถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพกายและใจ
สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เด็กติดเกม
นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กติดเกมมาจากหลายด้าน ทั้งการขาดกิจกรรมยามว่างที่สร้างสรรค์ ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่แน่นแฟ้น การถูกเพื่อนชักชวน และการออกแบบเกมที่กระตุ้นให้เกิดการเสพติด โดยเฉพาะเกมที่เล่นเป็นทีมหรือมีการแข่งขันสูง
“เด็กที่ติดเกมมักมีปัญหาสุขภาพจิตแทรกซ้อน เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า และแยกตัวจากสังคม ซึ่งบางรายถึงขั้นต้องเข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาล” นพ.พงศ์เกษม กล่าว
ผลกระทบรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ
ผลกระทบจากการติดเกมไม่ได้จำกัดแค่สุขภาพจิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสุขภาพกาย เช่น ปัญหาสายตา ปวดคอ ปวดหลัง โรคอ้วนจากการนั่งนานๆ และขาดการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเรียน ความสัมพันธ์ในครอบครัว และการเข้าสังคม
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นักจิตวิทยาเด็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า “เด็กที่ติดเกมจะเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อถูกห้ามเล่น โกหกเพื่อให้ได้เล่น และละเลยหน้าที่การเรียน ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่พ่อแม่ต้องสังเกต”
มาตรการของรัฐบาลในการแก้ปัญหา
รัฐบาลได้ประกาศเดินหน้ามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกมอย่างจริงจัง โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จะมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
มาตรการสำคัญประกอบด้วย การจัดกิจกรรมทางเลือกในโรงเรียนและชุมชน การอบรมผู้ปกครองให้รู้เท่าทันเกม การเข้มงวดการให้บริการร้านเกม และการพัฒนาระบบบำบัดเด็กติดเกมในโรงพยาบาลของรัฐ โดยตั้งเป้าลดจำนวนเด็กติดเกมลงร้อยละ 20 ภายใน 2 ปี
บทบาทของครอบครัวและโรงเรียน
นพ.พงศ์เกษม เน้นย้ำว่าครอบครัวเป็นด่านแรกในการป้องกัน โดยผู้ปกครองควรกำหนดเวลาเล่นเกมที่ชัดเจน ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ขณะที่โรงเรียนต้องมีระบบเฝ้าระวังและให้คำปรึกษาแก่นักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
“การแก้ปัญหาเด็กติดเกมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การตำหนิเด็กหรือแบนเกม แต่ต้องเข้าใจสาเหตุและหาทางออกที่เหมาะสม” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวทิ้งท้าย



