กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในเลบานอนอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบเกือบสองทศวรรษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 492 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 1,600 ราย โดยทางการเลบานอนยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งรวมถึงเด็ก 35 คน และบุคลากรทางการแพทย์อีก 3 คน
การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2549
การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการทางอากาศที่รุนแรงที่สุดของอิสราเอลในเลบานอนนับตั้งแต่สงครามในปี 2549 โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์มากกว่า 800 จุดทั่วเลบานอน การโจมตีดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน หุบเขาเบกา และพื้นที่ชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์
นายไมค์ ริชาร์ดส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากสถาบัน RUSI กล่าวว่า "นี่เป็นการเพิ่มระดับความรุนแรงครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้าง" ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าได้ส่งเครื่องบินรบและโดรนเข้าโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
ประชาชนนับแสนหนีตาย
ผลจากการโจมตีทำให้ประชาชนชาวเลบานอนนับแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยทางการเลบานอนรายงานว่ามีผู้อพยพภายในประเทศ (IDP) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหลายครอบครัวต้องนอนตามท้องถนนหรือในที่พักพิงชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า โรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่ประสบภัยต้องรับมือกับผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเวชภัณฑ์และเลือด
นายฟูอัด ซินิอูรา อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน กล่าวว่า "นี่คือหายนะของชาติ เราต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างเร่งด่วน" ขณะที่องค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตพลเรือนเพิ่มเติม
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
สหรัฐอเมริกาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า "เราสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง แต่เรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการเสียชีวิตของพลเรือน" ขณะที่อิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ประณามการโจมตีของอิสราเอลว่าเป็น "การก่อการร้ายของรัฐ"
ฝรั่งเศสซึ่งมีบทบาทในเลบานอนในอดีต เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที และเสนอตัวเป็นคนกลางในการเจรจา ขณะที่สหภาพยุโรปออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีพลเรือนและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่การเจรจาทางการทูต
ผลกระทบต่อภูมิภาค
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ซึ่งอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการที่อิสราเอลเปิดแนวรบใหม่ในเลบานอนอาจทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางเลวร้ายลงไปอีก
กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดข้ามพรมแดนเข้าไปในอิสราเอลหลายลูก แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในฝั่งอิสราเอล ขณะที่กองทัพอิสราเอลประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนติดกับเลบานอนและซีเรีย



