ถือศีลอดรอมฎอนคล้าย IF ช่วยพักระบบย่อย ลดไขมัน จริงหรือไม่? แพทย์ชี้แจง
การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนซึ่งเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมที่ต้องงดเว้นการกินดื่มและประพฤติตนผิดหลักศาสนาตั้งแต่แสงอรุณจนตะวันลับขอบฟ้า ไม่เพียงเป็นพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ แต่ยังมีผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างน่าสนใจ โดยแพทย์ระบุว่ามีหลักการคล้ายคลึงกับ Intermittent Fasting (IF) หรือการอดอาหารเป็นช่วงๆ ที่นิยมในปัจจุบัน
ความเหมือนและต่างระหว่างถือศีลอดรอมฎอนกับ IF
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา อธิบายว่า การถือศีลอดรอมฎอนมีรูปแบบใกล้เคียงกับ IF แบบ Dry Fasting ที่งดน้ำด้วย โดยมักเป็นสัดส่วนประมาณ 14/10 หรือ 15/9 ชั่วโมง แต่จุดแตกต่างสำคัญคือ ความต่อเนื่องและกรอบเวลาที่เคร่งครัด ในขณะที่คนทำ IF ทั่วไปอาจดื่มน้ำหรือกาแฟดำได้ การถือศีลอดรอมฎอนเป็นการพักระบบย่อยอาหารสมบูรณ์แบบ (Total Gut Rest) ซึ่งช่วยลดระดับฮอร์โมนอินซูลิน กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม
รู้จัก Intermittent Fasting (IF) และรูปแบบต่างๆ
Intermittent Fasting (IF) เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมสูง โดยกำหนดช่วงเวลาอดอาหาร (Fasting) และกินอาหาร (Feeding) โดยไม่เน้นปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริโภค แต่ช่วยลดปริมาณอาหารและพลังงานที่ได้รับ ในช่วงอดอาหาร ร่างกายจะหลั่งอินซูลินลดลง ส่งผลให้การเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันลดลง พร้อมทั้งเพิ่มการหลั่งโกรทฮอร์โมนและนอร์อีพิเนฟรินที่ช่วยเผาผลาญไขมันโดยไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
รูปแบบ IF ที่นิยม ได้แก่:
- Lean Gains (16/8): กินอาหาร 8 ชั่วโมง อดอาหาร 16 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
- Fast 5: กินอาหาร 5 ชั่วโมง อดอาหาร 19 ชั่วโมง
- Eat Stop Eat: อดอาหาร 24 ชั่วโมง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
- 5:2: กินปกติ 5 วัน และลดแคลอรี่เหลือประมาณ 500-600 แคลอรี่ใน 2 วัน
- Alternate Day Fasting: อดอาหารวันเว้นวัน ค่อนข้างหักโหม
ประโยชน์ของการทำ IF และการถือศีลอด
การทำ IF และการถือศีลอดที่เหมาะสมสามารถนำไปสู่ประโยชน์สุขภาพหลายประการ เช่น:
- ลดน้ำหนักและไขมัน: ช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายและน้ำหนักตัว
- ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง: เช่น โรคเบาหวาน ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
- ปรับปรุงระบบประสาท: ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์
- กระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์: งานวิจัยจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ชี้ว่า IF กระตุ้น Autophagy หรือการกลืนกินตัวเองของเซลล์ ซึ่งสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงแทนเซลล์เก่า
ข้อควรระวังและคำแนะนำจากแพทย์
แม้ IF และการถือศีลอดจะมีประโยชน์ แต่ไม่เหมาะกับทุกคน เนื่องจากสภาพร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน ข้อควรระวังสำคัญได้แก่:
- การทำ IF เพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้น้ำหนักลดหากยังกินอาหารพลังงานสูงเกินความต้องการ
- การจำกัดเวลานานเกินไปอาจทำให้หิวโหยและกินมากเกินไปเมื่อถึงเวลาอาหาร
- ขาดวินัยและความต่อเนื่องอาจทำให้น้ำหนักไม่ลด และอาจเกิดความเครียดได้
ดังนั้น ควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบสภาพร่างกายของตนเองก่อน ระหว่าง และหลังการทำ IF หรือถือศีลอด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนโภชนาการที่ถูกต้องและปลอดภัย
ขอบคุณข้อมูลจาก: โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ และ หมอเจด



