ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ-ครม. ปมสัญญาขายก๊าซธรรมชาติ
ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ-ครม. ปมสัญญาขายก๊าซ

พรรคก้าวไกลได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 4 คน ต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 โดยมีประเด็นหลักเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายพลังงาน

รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอก

ญัตติดังกล่าวระบุชื่อนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน, รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยพรรคก้าวไกลอ้างว่าการต่อสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานาในเมียนมาเป็นการกระทำที่ไม่โปร่งใสและอาจเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชน

ข้อกล่าวหาสำคัญ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาได้ลงนามโดยไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการเปิดประมูลแข่งขันอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชนในเมียนมาที่อาจเกี่ยวข้องกับรายได้จากก๊าซธรรมชาติ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

“สัญญานี้มีมูลค่ามหาศาลและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ การดำเนินการที่ขาดความโปร่งใสและไม่เป็นไปตามกฎหมายอาจทำให้ประเทศเสียประโยชน์อย่างร้ายแรง” นายรังสิมันต์กล่าว

ผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน

พรรคก้าวไกลชี้ว่าการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาอาจทำให้ไทยเสี่ยงต่อการถูกกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจจากรัฐบาลทหารเมียนมา ขณะเดียวกันการไม่กระจายแหล่งพลังงานทำให้ระบบไฟฟ้าของไทยเปราะบางต่อความผันผวนของราคาและการหยุดชะงักของอุปทาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายรังสิมันต์ยังกล่าวอีกว่า “รัฐบาลควรเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว”

ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาเป็นไปตามกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าการซื้อก๊าซดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

“สัญญานี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะช่วยให้มีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและราคาไม่สูงเกินไป การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” นายพีระพันธุ์กล่าว

ขั้นตอนต่อไป

ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะมีการอภิปรายในเดือนเมษายน 2568 โดยพรรคร่วมรัฐบาลมีคะแนนเสียงข้างมากในสภา ทำให้การผ่านญัตติดังกล่าวเป็นไปได้ยาก แต่การอภิปรายจะเป็นเวทีให้พรรคก้าวไกลได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า “เราจะใช้โอกาสนี้เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและเปิดโปงความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ”