สหรัฐฯ เตรียมส่งเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการ 1,400 ดอลลาร์
สหรัฐฯ เตรียมส่งเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการ 1,400 ดอลลาร์

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตรียมดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้สูงอายุและคนพิการเป็นจำนวน 1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสแล้ว

รายละเอียดการจ่ายเงินช่วยเหลือ

การจ่ายเงินดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการที่ต้องพึ่งพารายได้จากสวัสดิการสังคม เงินช่วยเหลือนี้จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง หรือส่งเป็นเช็คทางไปรษณีย์ คาดว่าผู้มีสิทธิ์จะได้รับเงินภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ การจ่ายเงินรอบนี้ครอบคลุมผู้รับผลประโยชน์จากโครงการประกันสังคม (Social Security) และโครงการรายได้เสริมเพื่อความมั่นคง (Supplemental Security Income: SSI) ซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุที่เกษียณอายุแล้วและผู้พิการทุพพลภาพ โดยไม่ต้องยื่นคำร้องเพิ่มเติม เนื่องจากระบบสวัสดิการมีข้อมูลการชำระเงินอยู่แล้ว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่าการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังจากที่สหรัฐฯ เผชิญกับภาวะถดถอยจากวิกฤตโควิด-19 โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานระบุว่าอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 6.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 แต่ยังคงสูงกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาด

อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาว เช่น ความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อ และหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ ฝ่ายค้านในสภาคองเกรสบางส่วนแสดงความกังวลว่าการใช้จ่ายจำนวนมากอาจส่งผลให้เศรษฐกิจร้อนแรงเกินไปในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า "แผนนี้จะช่วยให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และเป็นการลงทุนที่จำเป็นสำหรับอนาคตของประเทศ"

การดำเนินการและกำหนดการ

สำนักงานบริหารการคลัง (Fiscal Service) ภายใต้กระทรวงการคลังจะเริ่มดำเนินการโอนเงินให้กับผู้มีสิทธิ์ในวันที่ 15 มีนาคม 2564 โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ในการจ่ายเงินให้ครบทุกคน ผู้รับเงินสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารการคลังได้

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะขยายความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆ เช่น การเพิ่มเครดิตภาษีเด็ก (Child Tax Credit) และการขยายเวลาการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ว่างงาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย