ศาล รธน. ลงมติ 8:1 รับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ปมล้มล้างการปกครอง
ศาล รธน. รับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ปมล้มล้างการปกครอง (28.06.2026)

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 เสียง รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้มีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลเห็นว่ามีหลักฐานเบื้องต้นเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณา

รายละเอียดคำร้องและมติศาล

คำร้องดังกล่าวยื่นโดยนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร และนายไพศาล พืชมงคล ซึ่งเป็นผู้ร้องที่ 1 และ 2 ตามลำดับ โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่า การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของ กกต. ที่ส่งมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 โดย กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรคก้าวไกล ตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อกล่าวหาหลักต่อพรรคก้าวไกล

ข้อกล่าวหาหลักคือ พรรคก้าวไกลยังคงมีพฤติกรรมที่แสดงถึงเจตนาล้มล้างการปกครอง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่พรรคยังคงเคลื่อนไหวและแสดงจุดยืนในเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร หนึ่งในผู้ร้อง กล่าวว่า "พรรคก้าวไกลยังคงเดินหน้าดำเนินการตามนโยบายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เคารพกฎหมายและสถาบันหลักของประเทศ"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อพรรคก้าวไกล

หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล คณะกรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และสมาชิกพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางการเมืองของไทย เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีฐานเสียงจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

พรรคก้าวไกลมีเวลายื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง ซึ่งคาดว่าจะมีการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องพรรค

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่าง ๆ

ทางด้านพรรคก้าวไกลได้ออกแถลงการณ์ว่า คำร้องดังกล่าวเป็นความพยายามในการกลั่นแกล้งทางการเมือง และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการเสนอแนวทางเพื่อปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า "เราจะต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่ เพราะเราเชื่อในความบริสุทธิ์ของพรรค และเราจะไม่ยอมให้การเมืองถูกครอบงำโดยอำนาจที่ไม่เป็นธรรม"

ขณะที่ฝ่ายผู้ร้องมองว่าคำร้องนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และหวังว่าศาลจะพิจารณาคดีอย่างรอบคอบเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ