พรรคก้าวไกลเดินหน้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ตีความอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 256 ซึ่งกำหนดขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยพรรคก้าวไกลยืนยันว่าการแก้ไขมาตรา 256 เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ไม่จำเป็นต้องจัดทำประชามติก่อน
เนื้อหาคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยหลังจากยื่นคำร้องว่า พรรคก้าวไกลได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และหมวด 15/1 เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ โดยพรรคก้าวไกลเห็นว่าการแก้ไขดังกล่าวเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ โดยไม่ต้องมีการออกเสียงประชามติ เว้นแต่กรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ
นายชัยธวัชกล่าวว่า "การแก้ไขมาตรา 256 เป็นการแก้ไขที่เกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้ต้องทำประชามติในกรณีนี้"
เหตุผลที่ต้องยื่นตีความ
พรรคก้าวไกลยื่นคำร้องดังกล่าว เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันในสังคมเกี่ยวกับขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าการแก้ไขมาตรา 256 ต้องทำประชามติก่อนหรือไม่ พรรคก้าวไกลต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อความชัดเจนและยุติข้อถกเถียง
นายชัยธวัชกล่าวเพิ่มเติมว่า "ที่ผ่านมามีข้อถกเถียงกันมากว่าการแก้ไขมาตรา 256 ต้องทำประชามติหรือไม่ พรรคก้าวไกลเห็นว่าควรให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยเพื่อความชัดเจนและเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินไปได้โดยไม่ติดขัด"
ผลกระทบหากศาลวินิจฉัยตามคำร้อง
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามคำร้องของพรรคก้าวไกล จะส่งผลให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ได้ทันที โดยไม่ต้องรอการทำประชามติ ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เร็วขึ้น และเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่เห็นต่าง เช่น พรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ เคยแสดงความเห็นว่าการแก้ไขมาตรา 256 ต้องทำประชามติก่อน เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์สำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจอธิปไตยของประชาชน
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ขอแสดงความเห็นในขณะนี้ ขอให้รอผลการวินิจฉัยก่อน
ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การยื่นตีความของพรรคก้าวไกลเป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อความชัดเจน แต่ส่วนตัวเห็นว่าการแก้ไขมาตรา 256 ควรทำประชามติ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ขั้นตอนต่อไป
ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณา และจะมีการนัดไต่สวนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล โดยคาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1-2 เดือน ก่อนจะมีคำวินิจฉัย
พรรคก้าวไกลหวังว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง และเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น



