จากกรณีพระนันทวัฒน์ อิทธิเตโช อายุ 34 ปี พระลูกวัด วัดตาลปากลัด ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีน้ำหนักตัวมากถึง 260 กิโลกรัม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ทั้งสูญเสียการมองเห็นที่ตาซ้าย ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ต้อหิน และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อีกทั้งไม่สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ โดยเจ้าตัวประสงค์เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร เพื่อป้องกันการกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในอนาคต
ทีมแพทย์ลงพื้นที่ประเมินอาการ
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 นายแพทย์วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง พร้อมด้วย นายแพทย์อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ พร้อมทีมแพทย์จากโรงพยาบาลบ้านโป่ง โรงพยาบาลสงฆ์ และสาธารณสุขอำเภอบ้านโป่ง ลงพื้นที่วัดตาลปากลัด เพื่อเยี่ยมพูดคุยประเมินอาการและแนวทางการรักษาร่วมกับพระนันทวัฒน์ รวมถึงเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้อง
นายแพทย์วิบูลย์เปิดเผยว่า หลังพูดคุยและประเมินเบื้องต้น พบว่าพระนันทวัฒน์อยู่ในภาวะโรคอ้วนขั้นรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โรคอ้วนไม่ใช่เพียงเรื่องการรับประทานอาหารมากเกินไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนและกลไกการควบคุมความอยากอาหาร ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยตนเอง
แนวทางการรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ
สำหรับแนวทางการรักษา จำเป็นต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากน้ำหนัก 260 กิโลกรัม การรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงต้องประเมินจากทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ทั้งอายุรแพทย์ จิตแพทย์ แพทย์ต่อมไร้ท่อ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดลดน้ำหนัก นักกำหนดอาหาร นักกายภาพบำบัด และพยาบาล เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาอย่างรอบด้าน
พระนันทวัฒน์เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านโป่งและสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 20 กิโลกรัม แต่เมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ น้ำหนักก็กลับเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นหากพิจารณาการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร จะต้องประเมินความพร้อมทั้งด้านร่างกายและการดูแลตนเองหลังผ่าตัด เพื่อให้การรักษาเกิดผลในระยะยาว เนื่องจากพระนันทวัฒน์เป็นพระสงฆ์ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน การรักษาทุกขั้นตอนจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ข้อจำกัดในการรักษาพระสงฆ์
การดูแลผู้ป่วยโรคอ้วนที่เป็นพระสงฆ์มีข้อจำกัดมากกว่าบุคคลทั่วไป เนื่องจากต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัย การฉันภัตตาหาร การดำรงสมณเพศ รวมถึงข้อจำกัดในการออกกำลังกายบางรูปแบบ ทำให้ทีมแพทย์ต้องออกแบบแนวทางการรักษาและการฟื้นฟูที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของพระสงฆ์โดยเฉพาะ
ทางโรงพยาบาลบ้านโป่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานกับโรงพยาบาลสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจว่าพระนันทวัฒน์จะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย แม้การผ่าตัดจะช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ความสำเร็จของการรักษาจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของผู้ป่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ทีมแพทย์จะเร่งดำเนินการประเมินสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด โดยมีเป้าหมายให้พระนันทวัฒน์สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน และสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง



