ชาวบ้านพะเยาเดือดร้อนหนักจากฝุ่นควันข้ามแดน ร้องรัฐบาลแก้ปัญหาด่วน
ชาวบ้านพะเยาเดือดร้อนหนักจากฝุ่นควันข้ามแดน ร้องรัฐบาลแก้ปัญหาด่วน

ชาวบ้านในจังหวัดพะเยากำลังประสบปัญหามลพิษทางอากาศอย่างรุนแรงจากฝุ่นควันที่ลอยข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเชียงคำและอำเภอภูซางที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

สถานการณ์ฝุ่นควันวิกฤตในพะเยา

จากข้อมูลของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดพะเยาในหลายจุดเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีค่าสูงถึง 150-200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอย่างมาก

นายสมชาย ใจดี ชาวบ้านตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ เปิดเผยว่า “ทุกเช้าต้องตื่นมาพบกับหมอกควันหนาทึบ ทำให้หายใจลำบาก แสบตา และต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา แม้แต่ในบ้านก็ยังได้รับผลกระทบ เพราะควันสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุหลักจากไฟป่าและการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน

สาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นควันในครั้งนี้มาจากการเผาป่าและพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและเมียนมา ซึ่งส่งผลให้เกิดหมอกควันปกคลุมพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย รวมถึงจังหวัดพะเยา

นายอำเภอเชียงคำ กล่าวว่า “ทางอำเภอได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้แจ้งเตือนประชาชนให้ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น และปิดประตูหน้าต่างให้สนิท”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อสุขภาพและการท่องเที่ยว

สถานการณ์ฝุ่นควันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เด็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลเชียงคำรายงานว่า มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น กว๊านพะเยา และวัดต่างๆ ที่มีชื่อเสียง

ชาวบ้านเรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยเสนอให้มีการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดการเผาป่าและพื้นที่การเกษตร รวมถึงการส่งเสริมการปลูกป่าและการใช้เทคโนโลยีในการจัดการพื้นที่เกษตรที่ลดการเผา

นายสมศักดิ์ ใจดี ตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน กล่าวว่า “เราอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพราะทุกปีเราต้องเผชิญกับปัญหานี้ซ้ำซาก และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของเราอย่างมาก”

แนวทางแก้ไขในระยะสั้นและระยะยาว

ในระยะสั้น หน่วยงานท้องถิ่นได้ดำเนินการแจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ และฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่นควันในพื้นที่ชุมชน

ในระยะยาว รัฐบาลควรผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน การทำเกษตรกรรมที่ไม่ใช้การเผา และการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว