กรมศิลปากรพบแหวนทองคำ2วงสลักอักษรพราหมีอายุเกือบ2000ปีที่เพชรบุรี
กรมศิลปากรพบแหวนทองคำ2วงสลักอักษรพราหมีอายุเกือบ2000ปี

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 กรมศิลปากรโดยนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้มอบหมายให้นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญดำเนินการเก็บหลักฐานทางโบราณคดีจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เนื่องจากหลุมขุดค้นประสบปัญหาน้ำใต้ดิน ความเค็ม และความชื้นแฉะจากฤดูฝน ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้โครงกระดูกเปื่อยยุ่ยและโบราณวัตถุประเภทสำริดผุกร่อน จึงต้องเร่งเก็บเพื่อนำส่งไปอนุรักษ์ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ของกรมศิลปากร

พบแหวนทองคำเพิ่มอีก 2 วง จากโครงกระดูกหมายเลข 4

ในระหว่างการจัดเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ นักโบราณคดีได้พบแหวนทองคำเพิ่มอีกจำนวน 2 วง จากโครงกระดูกหมายเลข 4 โดยหนึ่งวงพบว่าส่วนหัวแหวนมีการสลักอักษรโบราณ เป็นลักษณะของแหวนตราประทับ เบื้องต้น ดร.อุเทน วงศ์สถิต คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร สันนิษฐานว่าเป็นอักษรอินเดียโบราณพราหมี อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 5 - 7 หรือประมาณ 1,900 – 2,100 ปีที่ผ่านมา อ่านว่า “ปุสรชิตส” แปลว่า “ของปุสรชิตะ” หมายถึงผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ

สันนิษฐานเจ้าของแหวนอยู่ในวรรณะแพศย์

จากหลักฐานดังกล่าว สันนิษฐานว่าเจ้าของแหวนน่าจะอยู่ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า) ส่วนแหวนอีกหนึ่งวงไม่มีลวดลายประดับตกแต่ง ทั้งนี้ เคยมีการค้นพบอักษรพราหมีบนตราประทับและเครื่องประดับมาแล้วในแหล่งโบราณคดีบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ แหล่งโบราณคดีคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร เป็นต้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ส่งมอบแหวนทองคำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี

ปัจจุบันทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ดำเนินการส่งมอบแหวนทองคำทั้งสองวงให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เก็บรักษาไว้เพื่อเตรียมการอนุรักษ์และศึกษาต่อไป สำหรับการดำเนินงานเก็บโบราณวัตถุที่เป็นโครงกระดูกมนุษย์แบ่งเป็น 2 แนวทาง โดยจัดเก็บเป็นรายชิ้นส่วนสำหรับโครงกระดูกกลุ่มที่ 1 คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และการจัดเก็บแบบยกทั้งแท่นดินขึ้นจากหลุมขุดค้นสำหรับกลุ่มโครงกระดูกกลุ่มที่ 2 โดยมีทีมนักวิทยาศาสตร์ กรมศิลปากรร่วมกำกับดูแลและใช้วิธีผนึกโครงกระดูกเพื่อป้องกันการเสียสภาพ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

โครงกระดูกเด็กและภาชนะสำริด

ส่วนโครงกระดูกที่พบล่าสุด ที่สันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกเด็กมีสภาพค่อนข้างเปื่อยและมีภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางอยู่บริเวณกลางลำตัว จะใช้วิธียกขึ้นทั้งแท่นเพื่อความปลอดภัยและรักษาสภาพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด คาดว่าภารกิจช่วงสุดท้ายนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจะทำการปิดหลุมขุดค้นและจัดแถลงผลการดำเนินงานทางโบราณคดีระยะแรก โดยจะมีการจัดนิทรรศการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และศึกษาวิจัยต่อไป