BOI อนุมัติ 5 บริษัทจีนลงทุนชิ้นส่วนหุ่นยนต์ มูลค่าเฟสแรกหมื่นล้านบาท
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัทชั้นนำจากประเทศจีน 5 แห่ง เพื่อลงทุนผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ในประเทศไทย โดยมีมูลค่าเงินลงทุนในเฟสแรกรวมกว่า 10,000 ล้านบาท โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างซัพพลายเชนหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติขั้นสูงภายในประเทศ
รายละเอียดการลงทุนและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ด BOI ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัทดังต่อไปนี้:
- บริษัท Hangzhou Seenpin Electromechanical Transmission ลงทุน 2,120 ล้านบาท ตั้งโรงงานที่จังหวัดชลบุรี เพื่อผลิต Planetary Roller Screw และ Robot Ball Screw ซึ่งเป็นชิ้นส่วนส่งกำลังความแม่นยำสูงสำหรับระบบขับเคลื่อนของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
- บริษัท Beite Technology ลงทุน 1,670 ล้านบาท ตั้งโรงงานที่จังหวัดชลบุรี เพื่อผลิตชิ้นส่วนส่งกำลัง (Planetary Roller Screw) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และอยู่ระหว่างยื่นคำขอเพิ่มอีก 1 โครงการ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อผลิต Robot Ball Screw
- บริษัท Sanhua Intelligent Drives ลงทุน 1,800 ล้านบาท ตั้งโรงงานที่จังหวัดชลบุรี เพื่อผลิตอุปกรณ์ข้อต่อควบคุมการเคลื่อนที่ (Actuator) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งเปรียบเสมือนกล้ามเนื้อของหุ่นยนต์ โดยก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขั้นสูงให้กับ BYD, Volvo และ Tesla มูลค่ากว่า 3,200 ล้านบาท
- บริษัท Tuopu Technology ลงทุน 930 ล้านบาท ตั้งโรงงานที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อผลิตอุปกรณ์ข้อต่อควบคุมการเคลื่อนที่ (Actuator) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และยังได้รับการส่งเสริมโครงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขั้นสูงอีก 2 โครงการ มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท
- บริษัท Xusheng Group ลงทุน 2,700 ล้านบาท ตั้งโรงงานที่จังหวัดระยอง เพื่อผลิต Robot Body/Joint/Bone Components ซึ่งเป็นชิ้นส่วนโครงร่างของหุ่นยนต์ ทำหน้าที่รองรับชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น แขน ขา และข้อต่อ โดยใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และทนต่อแรงสั่นสะเทือน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและโอกาสในอนาคต
การลงทุนในเฟสแรกนี้คาดว่าจะจ้างงานบุคลากรไทยทักษะสูงรวมกว่า 1,000 คน และมีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศไทยรวมกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีบริษัทชั้นนำรายอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างเตรียมการเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
นายนฤตม์ กล่าวว่า "ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเป็น New Growth Engine สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต นอกเหนือจากกลุ่มหลักๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมชีวภาพ อีกสาขาหนึ่งที่นักลงทุนมองว่าไทยมีศักยภาพสูง คือ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากฐานการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยแข็งแกร่งอยู่เดิม"
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยศูนย์วิจัยหลายแห่งคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึงกว่า 130% โดยคาดว่าปี 2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยีที่ทำให้การผลิตและการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ จากแรงหนุนของนวัตกรรมหุ่นยนต์สองขาที่สามารถเดินและทำงานที่ซับซ้อนได้ใกล้เคียงกับคนจริง เช่น หุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla
โครงการนี้จะช่วยวางรากฐานในการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยลูกค้าหลักของชิ้นส่วนเหล่านี้คือหุ่นยนต์ Tesla Bot และจะผลิตป้อนให้ลูกค้ารายอื่นๆ ด้วย เช่น Apple, Samsung, Huawei โดยเป็นการผลิตนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก



