จากผู้สร้างรถ สู่ผู้สร้างอนาคต ถอดรหัส Woven City จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่พลิกโฉม Toyota พาส่องนครแห่งอนาคตที่ทลายขีดจำกัดจากผู้ผลิตรถยนต์ สู่นครนวัตกรรมต้นแบบที่ "ใช้ชีวิตและทดลองได้จริง" ที่จะเปลี่ยนโลก พร้อมเปิดกลยุทธ์ "Kakezan Mobility" การคูณพลังพันธมิตรข้ามวงการ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเดินทางแห่งอนาคต
Woven City นครจำลองนวัตกรรมโดย Toyota
ไดสุเกะ โตโยดะ (Daisuke Toyoda) รองประธานอาวุโสของบริษัท Woven by Toyota และบุตรชายคนโตของอากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการบริหารของ Toyota ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชน โดย "ไทยรัฐออนไลน์" เป็นหนึ่งในสามสื่อตัวแทนจากประเทศไทย ได้เยี่ยมชม Woven City เฟส 1 และการเปิดตัวเฟส 2 รวมถึงกิจกรรมของกลุ่มนักนวัตกรรม (Inventors) ที่กำลังร่วมพัฒนาโซลูชันด้านการคมนาคมในพื้นที่จริง
Woven City เป็นก้าวสำคัญของโตโยต้าในการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตรถยนต์ ไปสู่ Mobility Company อย่างเต็มรูปแบบ โครงการนี้ไม่เพียงเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการถักทอ ผู้คน ระบบ และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสังคมแห่งอนาคตที่เชื่อมโยง ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน ในเมือง Woven City นี้จะประกอบไปด้วย ห้องทดลองที่มีชีวิต (Living Laboratory) พื้นที่ทดลองนวัตกรรมจริงในสังคม ศูนย์กลางของการพัฒนา Mobility Ecosystem ภายในเมือง จะมีผู้มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ Inventors (นักประดิษฐ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือนักคิดค้นนวัตกรรม) Weavers (ผู้อยู่อาศัยที่จะทดลองใช้และให้ข้อเสนอแนะ) และ Visitors (ผู้เข้าร่วมทดลองและเรียนรู้ที่จะนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น) โดยทั้งหมดจะร่วมกันสร้างและทดสอบรูปแบบการคมนาคมใหม่ ๆ ในชีวิตจริง
นวัตกรรมที่กำลังถูกทดลองใน Woven City
นวัตกรรมและการทดลองใน Woven City ที่ Toyota ได้ร่วมพัฒนากับพันธมิตรที่เราเห็น ได้แก่ หุ่นยนต์ส่งของ (Delivery Robots) ระบบหุ่นยนต์ส่งของที่สามารถวางสินค้าบนถาด ซึ่งรับสินค้าจากรถบรรทุกผ่านอุโมงค์ใต้ดิน แล้วส่งต่อผ่านรางใต้ Woven City จากนั้นก็จะตรงเข้าสู่ห้องพักหรือห้องแล็บแต่ละห้องได้โดยตรง หุ่นยนต์สนับสนุนมนุษย์ (Human Support Robot) โดยเฉพาะ Robot Guide Navi รถลากอเนกประสงค์ที่ติดตั้งระบบสื่อสาร ประยุกต์ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ ตั้งแต่ขนพืชผักในชนบท ลากรถ Car Sharing ไปยังจุดที่ลูกค้าต้องการ ไปจนถึงการส่งของต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นหุ่นยนต์สนับสนุนมนุษย์ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลืองานต่างๆ ได้อย่างแท้จริง ซึ่งผู้ผลิตและคิดค้นมีเป้าหมายให้แพร่หลายในครัวเรือน มีการสาธิตการใช้งานเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย
นอกจากนี้ยังมีเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่ง (EVTOL - Electric Vertical Take-Off and Landing Aircraft) ซึ่งมีการนำเสนอในรูปแบบของเครื่องจำลอง (simulator) ที่พัฒนาโดยบริษัท Jobi เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ใช้งาน Swake สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 3 ล้อแบบยืน ทรงคล้าย Ninebot แต่ล้ำกว่าตรงที่ทรงตัวได้เอง โดยไม่ต้องมีขาตั้ง ปัจจุบันเป็นตัวต้นแบบสำหรับทดลองใช้วิ่งรอบๆ เมือง Woven City เท่านั้น
งานวิจัยใช้กล้องวิเคราะห์แววตาและสีหน้าคนดื่มกาแฟกับสมอง โดย UCC Coffee มีการวิจัยระหว่างกาแฟกับสมอง โดยใช้กล้อง 4 ตัว ซ่อนหลังเคาน์เตอร์เพื่อจับภาพแววตาและสีหน้าของคนที่นั่งดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะนั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ หรืออิริยาบถต่างๆ ส่วน DAIKIN พัฒนาระบบอากาศเพื่อต้านภูมิแพ้ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาคนญี่ปุ่นแพ้เกสรดอกไม้ โดยผลทดสอบใน Woven City พบว่ามีการกรองเกสรได้ถึง 90% อาการภูมิแพ้ดีขึ้นมาก ใช้ยาน้อยลง และเด็กๆ ไม่ค่อยมีอาการคันตาหรือน้ำตาไหล
Woven City เฟส 2 และงาน KAKEZAN 2026
เมื่อจบการเยี่ยมชม Woven City เฟสแรก ในวันถัดมาเราได้เยี่ยมชม Woven City เฟส 2 และเข้าร่วมงาน KAKEZAN 2026 ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน "ทีมงานไทยรัฐออนไลน์" เก็บรายละเอียดมาฝากดังนี้
Inventor's Garage จากโรงงานผลิตรถสู่มหานครแห่งการทดลอง
มิสเตอร์ทาเคชิมะ เคนตะ นากาตะ จาก Business Unit ของ Toyota กล่าวว่า เราได้เปลี่ยนโรงงานฮิกาชิฟูจิ (Higashi-Fuji) ให้เป็น Inventor's Garage แต่เดิมโรงงานนี้มีพนักงานประมาณ 7,000 คน และผลิตรถยนต์รวมกว่า 7.52 ล้านคัน เคยผลิตรถยนต์หลากหลายรุ่น เช่น Toyota Sports 800, รถยนต์หรู Century, รถเพื่อการพาณิชย์ (Japan Taxi) และรถยอดนิยมอย่าง Corolla
"เดิมโรงงานแห่งนี้มีแผนจะถูกทุบสร้างใหม่ แต่ในปี 2018 คุณอากิโอะ โตโยดะ ประธานบริษัท Toyota ในขณะนั้น ได้มาเยี่ยมโรงงาน ในขณะที่พนักงานกำลังกังวลเรื่องการตกงาน คุณอากิโอะ ได้ให้คำมั่นว่าโรงงานแห่งนี้จะเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ของการผลิตรถยนต์ของโตโยต้าต่อไปอีก 50 ปี ซึ่งสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง การตัดสินใจนี้ไม่เพียงแต่คงรักษาสถานที่ทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงปรัชญาและแนวคิด เพื่อให้เป็นแหล่งระลึกและให้พนักงานเก่าสามารถกลับมาเยี่ยมชมได้"
ดังนั้น Inventor's Garage จึงเป็นโครงการที่เกิดจากการคงรักษาพื้นที่โรงงานเก่าแก่แห่งนี้ไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้พื้นที่โรงงานเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ สำหรับนักประดิษฐ์ (Inventors) ปัจจุบันเราได้มีการคัดเลือกและสัมภาษณ์บริษัทนักประดิษฐ์กว่า 30 แห่ง เพื่อออกแบบพื้นที่ภายในให้มีห้องแล็บ, ห้องผลิต, ห้องทดสอบ, ห้องจัดกิจกรรม และห้องพักผ่อน เป้าหมายคือการสร้างกลไกที่ส่งเสริมการพัฒนาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการทดสอบเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในสภาพแวดล้อมจริง
แนวคิด Kakezan Mobility กำลังจะเปลี่ยนโลก
เมื่อโตโยต้าคิดมาดีแล้วว่า การพัฒนา Mobility เป็นเรื่องที่ทำเองคนเดียวทั้งหมดไม่ได้ ดังนั้น โตโยต้าเลยเปิดรับเพื่อนร่วมทีม หรือ พันธมิตร จากหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทพลังงาน บริษัทไอที หรือสตาร์ทอัพต่างๆ เพื่อเอาความเก่งของแต่ละคนมารวมกัน หรือเรียกง่ายๆ มาคูณกันให้ผลลัพธ์เพิ่มเท่าทวีคูณ ภายใต้แนวคิด Kakezan Mobility ซึ่งคำว่า "คาเคซัง" นี้แปลว่าการคูณ ด้วยแนวคิดนี้แหละจะช่วยกันสร้างระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) ให้ครบถ้วน สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเกิดแนวคิด Kakezan Mobility แล้วจะได้อะไรบ้าง Mobility × Safety → การเดินทางที่ปลอดภัย Mobility × Healthcare → การเข้าถึงบริการสุขภาพ Mobility × Social Inclusion → การเข้าถึงโอกาสของทุกคน โดยแนวคิดนี้สะท้อนการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมในมิติที่กว้างขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปี 2015 โตโยต้าได้ดำเนินโครงการด้าน Mobility ในหลายประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ เช่นที่ประเทศไทยได้มีการใช้ข้อมูลเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่สำคัญ เช่น ถนนสาทรและพระราม 4 หรือ โครงการ TRUST ซึ่งย่อมาจาก Thailand Road User Safety through Technology ใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนนั่นเอง
งาน KAKEZAN 2026 มีอะไรน่าสนใจบ้าง
Arene Platform by Toyota คือแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์ยานยนต์อัจฉริยะที่พัฒนาโดย Woven by Toyota เป้าหมายหลักของ Arene คือการเปลี่ยนผ่านรถยนต์ให้กลายเป็น Software-Defined Vehicles (SDVs) หรือยานยนต์ที่ทำงานและยกระดับประสิทธิภาพได้ด้วยซอฟต์แวร์เป็นหลัก เพื่อเป็นรากฐานสำหรับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบการเชื่อมต่อ และเตรียมพร้อมสำหรับนวัตกรรมในอนาคต ทั้งนี้ Arene Platform จะถูกนำมาประเดิมใช้งานจริงอย่างเป็นทางการใน All-New Toyota RAV4 โมเดลปี 2026 ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของแบรนด์โตโยต้าในการก้าวเข้าสู่ยุคของ Software-Defined Vehicles อย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ยังมี Akio Toyoda AI ที่มร. อากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการบริหารของ Toyota ร่วมพัฒนา โดยเป็นโมเดล AI ที่สะท้อนแนวทางเฉพาะตัวด้านภาวะผู้นำและการตัดสินใจ และถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการนำ AI มาใช้งาน Toyota Tsusho ซุ่มพัฒนาการนำเศษอาหารจากครัวเรือนมาเปลี่ยนเป็นพลังงานก๊าซชีวภาพเพื่อใช้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ไฟฟ้า และให้พลังงานกับเมือง Woven City Toyota Financial Services Corporation ซึ่งเป็นการบริหารจัดการและกำกับดูแลงานด้านสินเชื่อยานยนต์ทั่วโลกของ Toyota โดยมีการพัฒนาโมเดลการขายและการเงินรูปแบบใหม่ โดยอิงจากข้อมูลการใช้งานด้านการเดินทางจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว DAIICHIKOSHO ธุรกิจคาราโอเกะเชิงพาณิชย์ และการดำเนินงานร้านคาราโอเกะและร้านอาหาร โดยสร้างประสบการณ์คาราโอเกะที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านการทดลองใช้งานจริง (real-world demonstration)
ไดสุเกะ โตโยดะ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ ผมคิดว่า Kakezan หรือ การร่วมมือกันในรูปแบบต่างๆ ได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว ผมรู้สึกว่าแรงผลักดันของการลองลงมือทำดู หรือ การก้าวออกไปข้างหน้าไปสู่จุดมุ่งหมายใหม่ๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีใจและประทับใจมากที่สุดครับ



