ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ 2026 ราคา 7.7 แสนบาท เกียร์ 10 สปีด จ่อสู้ศึกราคารถกระบะ
ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ 2026 เกียร์ 10 สปีด ราคา 7.7 แสน

Ford Thailand เปิดตัว Ford Ranger XL+ รุ่นปี 2026 เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคาเริ่มต้น 779,000 บาท หรือรับส่วนลดสูงสุด 110,000 บาท จากราคาปกติ 889,000 บาท ถือเป็นรถกระบะสี่ประตูยกสูงราคามิตรภาพในยุคที่ยอดขายรถกระบะในไทยลดลงต่อเนื่องเกือบ 2-3 ปี แต่ Ford ยังคงสู้ด้วยรุ่นประหยัดที่ปรับลดอุปกรณ์เพื่อทำราคาให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มีงบไม่ถึง 8 แสนบาท

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

Ranger XL+ ขับเคลื่อนล้อหลัง รุ่นปี 2026 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (125 กิโลวัตต์) ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 405 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด (จากเดิม 6 สปีด) ทำงานไหลลื่นขึ้น อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 10.7 วินาที ถือว่าไม่อืดอาด ตอบสนองตามเท้าได้ดี

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 10.5 กม./ลิตร ในการขับทดสอบแบบผสม ทางเนินยาว ความเร็วเฉลี่ย 90-110 กม./ชม. และมีการเร่งแซงสูงสุดถึง 150 กม./ชม. ถือว่าประหยัดกว่ารถกระบะทั่วไปที่มักได้ 7-8 กม./ลิตร ในสถานการณ์ราคาเชื้อเพลิงสูง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ช่วงล่างและสมรรถนะการขับขี่

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อน Ford เลือกใช้โช้คอัพที่ปรับแต่งเฉพาะสำหรับ Ranger ทำให้ซับแรงกระแทกได้เนียนกริบ ลดทอนความกระด้างของแหนบหลังจนให้ฟีลลิ่งเหมือนคอยล์สปริง เก็บเสียงลมและเครื่องยนต์ได้เงียบ ขับขี่และหักเลี้ยวดีกว่าคู่แข่งทุกรุ่นในพิกัดราคา 7-8 แสนบาท

น้ำหนักตัวรถเปล่าอยู่ที่ประมาณ 2,038-2,046 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,000 กิโลกรัม (1 ตัน) น้ำหนักรวมบรรทุกสูงสุด (GVM) ไม่เกิน 3,190 กิโลกรัม มิติตัวถังยาว 5,370 มม. กว้าง 1,918 มม. สูง 1,884 มม. ฐานล้อ 3,270 มม. ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 235 มม. กระบะท้ายกว้าง 1,420 มม. ยาว 1,584 มม. สูง 540 มม. ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ยาง Bridgestone Dueler H/T 685 ขนาด 255/70 R17

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อุปกรณ์ภายนอกและภายใน

ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์แบบฮาโลเจน ระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟหรี่กลางวัน ไฟเบรกดวงที่ 3 กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว บันไดข้างและบันไดเหยียบข้างกระบะท้ายสีดำ ภายในมีพวงมาลัยหุ้มไวนิลปรับ 4 ทิศทาง ยุบตัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เบาะผ้าพรีเมียมปรับมือ 4 ทิศทาง หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดสีขนาด 8 นิ้ว หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 12 นิ้ว (จากเดิม 10.1 นิ้ว) รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบ SYNC 4A ช่องต่อ USB 2 จุด (Type A และ C) ลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา

จุดเด่นคือการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานจริง เช่น มือจับเปิดประตูด้านในย้ายไปอยู่บริเวณที่เท้าแขน เพื่อให้บีบและใช้อุ้งมือดันเปิดได้สะดวกขึ้น ฝาท้ายสามารถเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานเคลื่อนที่ได้ พร้อมจุดยึดอุปกรณ์ช่าง 2 จุด และไม้บรรทัดวัดขนาด Built-in วัดระยะทุก 10 มม. พื้นปูกระบะท้ายออกแบบให้จัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วนด้วยแผ่นไม้อัด

ความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่

ถุงลมนิรภัย 6 จุด (คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลม) ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน กล้องมองหลังขณะถอยจอด ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

ข้อเสียคือไม่มีสัญญาณเสียงเตือนขณะถอยหลัง ซึ่งน่าเสียดายเพราะรถมีขนาดใหญ่ และไม่มีแป้น Paddle Shift (มีเฉพาะใน Raptor) ปุ่ม +/- เปลี่ยนเกียร์อยู่ที่หัวเกียร์ ทำให้ไม่สะดวกในการเปลี่ยนเกียร์ขณะขับขึ้น-ลงเขา หน้าปัด MID ไม่สามารถปรับเป็นรูปแบบเข็มคลาสสิกได้ วัดรอบเป็นแผนภูมิแท่งเน้นเอฟเฟกต์สีสวยงามมากกว่าการใช้งานจริง

สรุปจุดเด่นและข้อจำกัด

Ranger XL+ 2026 เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ราคา 779,000 บาท ถือเป็นกระบะสี่ประตูราคามิตรภาพที่คุ้มค่าในยุคเศรษฐกิจยาก ข้อดีคือสมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม ช่วงล่างนุ่มนวล ประหยัดน้ำมัน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบครัน หน้าจอ 12 นิ้ว ข้อเสียคือการลดต้นทุนทำให้เบาะผ้า ไฟฮาโลเจน ไม่มีสัญญาณถอยหลัง และความทนทานระยะยาวยังต้องรอพิสูจน์จากผู้ใช้งานจริง

ตามข้อมูลจากอาคม รวมสุวรรณ นักข่าวไทยรัฐออนไลน์ ระบุว่า Ford ตั้งใจทำวิจัยลูกค้าและพบว่าผู้ใช้รถรุ่นที่ไม่ใช่ Raptor มักไม่ใช้ฟังก์ชันเปลี่ยนเกียร์เอง ทำให้ตัด Paddle Shift ออกเพื่อลดต้นทุน การตัดสินใจนี้ทำให้ราคาจับต้องได้ แต่ก็ต้องแลกกับความครบครันของอุปกรณ์