สธ.แจงยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รวม 3,220 ราย เฉลี่ยวันละ 45 ราย
สธ.แจงยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รวม 3,220 ราย เฉลี่ยวันละ 45 ราย

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 รวมทั้งสิ้น 3,220 ราย เฉลี่ยวันละ 45 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง และโรคอ้วน

สัดส่วนผู้เสียชีวิตตามกลุ่มอายุ

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ร้อยละ 70 เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 30 เป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี โดยในกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี พบว่าส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเสี่ยง เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคปอดเรื้อรัง นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เสียชีวิตที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์มีสัดส่วนน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบ

มาตรการป้องกันและลดการเสียชีวิต

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า "มาตรการสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตคือการเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น" นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่ระบาด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มการติดเชื้อและการเสียชีวิต

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (กรกฎาคม-สิงหาคม 2565) พบว่าอัตราการติดเชื้อรายใหม่ลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 45 ราย ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ป่วยอาการหนักส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กระทรวงสาธารณสุขคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหากกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วประมาณร้อยละ 60 ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 80

ข้อแนะนำสำหรับประชาชน

สำหรับประชาชนทั่วไป กระทรวงสาธารณสุขขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนหนาแน่น และขอให้ผู้ที่มีอาการเสี่ยงหรือสัมผัสผู้ติดเชื้อให้ตรวจ ATK ทันที และหากผลเป็นบวกให้แยกกักตัวและรักษาตามคำแนะนำของแพทย์