เปิดเส้นทาง 'มอลลี่' ศิลปินไทยผู้ปั้น Crybaby สู่ IP หมื่นล้าน
เปิดทาง 'มอลลี่' ปั้น Crybaby สู่ IP หมื่นล้าน

ไม่ใช่แค่ของสะสม 'มอลลี่' พลิกโฉม Crybaby สู่ Soft Power ไทย เขย่าตลาดอาร์ตทอยโลก เปิดเส้นทางความสำเร็จ 'มอลลี่ นิสา ศรีคำดี' ศิลปินไทยผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ที่สร้างรายได้กว่า 2,930 ล้านหยวน ติดอันดับ Top 3 ใน Pop Mart พร้อมกลยุทธ์เจาะตลาดโลก

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จ 'มอลลี่' ศิลปินไทยใน Pop Mart

เบื้องหลังความสำเร็จ 'มอลลี่ - นิสา ศรีคำดี' ศิลปินไทยรายแรกและรายเดียวในสังกัด Pop Mart ผู้ปั้นคาแรคเตอร์ 'Crybaby' จนกลายเป็น IP มูลค่าหมื่นล้านบาท เผยกลยุทธ์การออกแบบที่ใช้ 'อารมณ์' เชื่อมโยงคนทั่วโลก จนสามารถทำรายได้เติบโตกว่า 150% ในปีที่ผ่านมา พร้อมกางแผนขยาย Ecosystem สู่ตลาดระดับโลกอย่างยั่งยืน

จาก 'ส้มฉุน' สู่คาแรคเตอร์เจ้าน้ำตาระดับโลก

เบื้องหลังความสำเร็จของ 'Crybaby' ไม่ได้เริ่มจากความสุข แต่เริ่มจากความเข้าใจในความเปราะบาง มอลลี่ (นิสา ศรีคำดี) ศิลปินผู้ออกแบบ เล่าว่าคาแรคเตอร์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก 'ส้มฉุน' สุนัขตัวโปรดที่เสียชีวิตไป โดยเธอเลือกใช้ 'หยดน้ำตา' เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ความโดดเด่นของ Crybaby คือการเป็น คาแรคเตอร์ที่ไม่มีเพศสภาพ (Genderless) และไม่ใช่คน แต่เป็นตัวแทนของอารมณ์ที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างจริงใจ ทำให้สามารถสร้าง Emotional Engagement กับผู้คนได้หลากหลายวัฒนธรรม จนกลายเป็นอาร์ตทอยที่ครองใจทั้งกลุ่ม Gen Z และกลุ่มคนทำงาน (White-Collar) ทั่วโลก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ศิลปินไทยหนึ่งเดียวใน Pop Mart กับรายได้หมื่นล้าน

จากการรายงานผลประกอบการปี 2025 ของ Pop Mart พบว่า Crybaby สามารถสร้างรายได้สูงถึง 2,930 ล้านหยวน (หรือประมาณหมื่นล้านบาทไทย) โดยมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดมากกว่า 150% ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปีที่ร่วมงานกัน ส่งผลให้ Crybaby ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 คาแรคเตอร์ IP ที่ทำรายได้สูงสุดของค่าย ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมูลค่าทางธุรกิจ แต่ยังยืนยันถึงศักยภาพของศิลปินไทยในเวทีสากล โดยมอลลี่ถือเป็นศิลปินไทยเพียงรายเดียวที่ได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในสังกัดหลักของ Pop Mart

กลยุทธ์ Dual Market บุกทั้ง Mass และ Niche

นอกเหนือจากการเติบโตในตลาดแมสร่วมกับ Pop Mart แล้ว มอลลี่ยังได้ก่อตั้งสตูดิโอ 'Molly Factory' เพื่อดูแลตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) โดยเน้นไปที่ High Craftsmanship: งานประณีตที่เน้นรายละเอียดสูง Limited Edition: การผลิตจำนวนจำกัดเพื่อเพิ่มมูลค่าการสะสม และ Deep Storytelling: การเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งผ่านงานศิลปะ กลยุทธ์นี้พิสูจน์แล้วว่ามาถูกทาง เพราะกลุ่มธุรกิจในเครือ Molly Factory มีรายได้เติบโตมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับปี 2024

ก้าวต่อไปสู่ Contemporary Art และ Apple Workshop

มอลลี่ไม่ได้หยุดเพียงแค่อาร์ตทอย แต่เธอกำลังพา Crybaby ข้ามพรมแดนสู่โลกของศิลปะร่วมสมัย (Contemporary Art) ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม และเซรามิก ล่าสุดเธอยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรม Workshop ในวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคผ่านงานดีไซน์ 'เราอยากให้ Crybaby เป็นมากกว่างานสะสม แต่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านประสบการณ์และอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญในการพัฒนางานในระยะยาว' ในปี 2027 ที่จะถึงนี้ จะเป็นการครบรอบ 10 ปีของ Crybaby ซึ่งเตรียมจะมีโปรเจกต์ใหญ่และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้ IP ฝีมือคนไทยแบรนด์นี้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากลต่อไป