ธนิดา ดลธัญพรภคภพ แห่งไอรา ไทยแลนด์ (Ira Thailand) แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์สัญชาติไทยจากธรรมชาติ เปิดใจถึงการเติบโตที่ใช้เวลานานท่ามกลางคู่แข่งยุคใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยยอมรับว่าเคยตั้งคำถามกับตัวเองและรู้สึกไม่มีความสุขระหว่างทาง บางครั้งถึงกับนอนร้องไห้ แต่ปัจจุบันกลับมาเติมไฟให้ตัวเองอีกครั้ง
จุดเริ่มต้นจากลิปบาล์มข้าวเหนียวมะม่วง
คุณเมย์เริ่มก่อตั้งแบรนด์เมื่อปี 2559 ขณะอายุ 22 ปี ด้วยทุนเริ่มต้นเพียง 8,000 บาท ผลิตภัณฑ์แรกคือลิปบาล์มกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนิสัยรักสวยรักงามและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเริ่มวางขายที่ร้านอาหารเพื่อนในพัทยา ก่อนจะสร้างกระแสไวรัลบนโลกโซเชียลในยุคทวิตเตอร์เฟื่องฟู จนยอดขายทะลุหลักล้านบาท
แรงบันดาลใจจากวิชา TU 100
ความรักสิ่งแวดล้อมของคุณเมย์เริ่มต้นจากการเรียนวิชา TU 100 พลเมืองกับการลงมือแก้ปัญหา (Civic Engagement) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งสอนให้เข้าใจบทบาทพลเมืองประชาธิปไตย ความรับผิดชอบต่อสังคม และการลงมือทำเพื่อแก้ปัญหา ส่งผลให้ไอรามุ่งมั่นใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ รีฟิลได้ และเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล 100% เช่น ขวดอะลูมิเนียม
ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและรักษาจุดยืน
ในช่วงโควิด-19 ไอราเผชิญความท้าทายจากการตลาดออนไลน์ที่ต้องใช้เงินมากขึ้น คุณเมย์ต้องปรับกลยุทธ์ สร้างคอมมูนิตี้ และขยายช่องทางขายใน Shopee ปัจจุบันมีสินค้าประมาณ 25 SKU ครอบคลุมลิปบาล์ม ลิปสีวีแกน แป้ง แชมพู ครีมนวด เซรั่มบำรุงผม และครีมทาผิว ซึ่งผลิตจากสมุนไพรไทย เช่น ข้าวโพด ขมิ้น มะขามป้อม และใบหมี่กะเมา โดยเน้นการสกัดสดและผลิตเป็นรอบเล็กเพื่อรักษาคุณภาพ
แผนอนาคตและความฝันโกอินเตอร์
คุณเมย์กำลังพัฒนาครีมกันแดดที่ผ่านการทดสอบกับผู้ป่วยคีโมและโรค SLE คาดเปิดตัวปี 2570 พร้อมแผนสนับสนุนการใช้สมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบ และรื้อฟื้นความฝันให้ไอราก้าวสู่ระดับสากล โดยเริ่มจากตลาดจีน รวมถึงขยายตลาดลูกค้าองค์กร เช่น โรงแรม Four Seasons ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของไอรา
คุณเมย์ย้ำว่าไอรามุ่งมั่นเป็นความงามที่ไม่ทิ้งร่องรอยให้โลกแบกรับ โดยรักษาสมดุลระหว่างความรักษ์โลกและความพึงพอใจของลูกค้า เช่น การใช้แท่งลิปสติกกระดาษต้นทุน 17 บาทแทนพลาสติก 2 บาท แม้จะถูกคอมเมนต์ว่า 'รักโลกมากแต่ไม่รักลูกค้า' แต่ก็พยายามหาจุดที่ลงตัว



