ปัจจุบัน รถพลังไฟฟ้าและไฮบริดหลายรุ่นไม่มีระบบเกียร์แบบเดิม แต่รถเบนซินและดีเซลจำนวนมากยังคงใช้เกียร์ออโต้และ CVT การดูแลเกียร์อย่างถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าซ่อม ซึ่งเกียร์เป็นชิ้นส่วนที่มีค่าซ่อมแพง การใช้งานที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องขับช้าหรือระมัดระวังจนเกินไป แต่สามารถขับได้อย่างสบายใจและสมดุล
หลักการขับเกียร์ออโต้และ CVT ให้ยืดอายุ
เกียร์ออโต้และ CVT ชอบการขับขี่ที่สมดุล ไม่ชอบการเร่งแรงหรือการเปลี่ยนเกียร์กระทันหัน ดังนั้นเคล็ดลับแรกคือการเหยียบคันเร่งเท่าที่จำเป็น เช่น เมื่อแซงรถขนาดใหญ่บนถนนเลนสวน ควรเหยียบคันเร่งเต็มที่ แต่ไม่ควรเหยียบแบบกระแทกบ่อยๆ
การใช้เกียร์ต่ำหรือสูงให้เหมาะสม
การเลือกเกียร์ที่เหมาะสมช่วยลดภาระของเครื่องยนต์และเกียร์ การใช้เกียร์ต่ำในการขึ้นเนินหรือแซงจะให้กำลังดีกว่าเกียร์สูง เพราะอัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในช่วงรอบที่เหมาะสม เช่น รถเบนซินไม่เกิน 4,500 รอบต่อนาที รถดีเซลไม่เกิน 3,500 รอบต่อนาที ซึ่งช่วยลดความเครียดของเฟืองและชิ้นส่วนภายในเกียร์
เทคนิคการเร่งความเร็วที่ถูกต้อง
เมื่อต้องการเร่งแซงบนทางราบ ให้กดคันเร่งลง 50% อย่างรวดเร็วเพื่อให้เกียร์คิกดาวน์ จากนั้นเพิ่มคันเร่งจาก 50% เป็น 75% อย่างช้าๆ ในเวลาประมาณ 2 วินาที วิธีนี้ช่วยให้รถเร่งได้เร็วและเกียร์ทำงานได้อย่างราบรื่น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- การออกตัวแบบรถซิ่ง เช่น เบิ้ลเครื่องแล้วปัดเกียร์จาก N ไป D ทันที
- การเหยียบเบรกและคันเร่งพร้อมกันแล้วปล่อยเบรกเพื่อออกตัวแรง
- การเหยียบและปล่อยคันเร่งบ่อยๆ ในเมือง ซึ่งทำให้เกียร์ทำงานไม่ราบรื่นและผู้โดยสารรู้สึกไม่สบาย
การจอดรถระหว่างการเดินทาง
หากหยุดรถน้อยกว่า 60 วินาที ให้คงเกียร์ D ไว้และเหยียบเบรก หากหยุดนานกว่า 60 วินาที ให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ N เพื่อลดภาระเกียร์ ไม่ควรเปลี่ยนเป็น N ขณะรถไหลเข้าใกล้จุดหยุด เพราะไม่ช่วยประหยัดน้ำมันหรือยืดอายุเกียร์ รถสมัยใหม่มีฟังก์ชัน Coasting ที่ช่วยให้รถไหลได้โดยอัตโนมัติเมื่อเลือกโหมดประหยัด
การดูแลรักษาเกียร์
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และกรองเกียร์ตามระยะทางที่กำหนดในคู่มือรถเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับประเทศไทยที่มีอากาศชื้นและน้ำท่วมบ่อย ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุก 40,000 กิโลเมตร เพื่อลดความชื้นและสิ่งสกปรกในระบบ แม้น้ำมันเกียร์อาจยังไม่หมดอายุ แต่การเปลี่ยนบ่อยช่วยยืดอายุเกียร์
วิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์
- ที่ศูนย์บริการรถ: มีเครื่องมือพร้อมและได้มาตรฐาน
- ที่อู่ทั่วไป: อาจทำได้หลายวิธี เช่น ถ่ายจากรูระบาย หรือดูดออกแล้วเติมใหม่ วิธีนี้ประหยัดแต่มีน้ำมันเก่าค้างในระบบประมาณ 1 ใน 3
- การฟลัชชิ่ง: ใช้เครื่องอัดน้ำมันใหม่เข้าไปแทนที่น้ำมันเก่าจนสะอาด วิธีนี้เอาออกได้มากแต่มีค่าใช้จ่ายสูง
สำหรับคนทั่วไป การเปลี่ยนถ่ายแบบปกติก็เพียงพอ
สัญญาณอันตรายที่ควรสังเกต
ตรวจสอบสีของน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ หากมีคราบน้ำมันเป็นสีรุ้ง แสดงว่าน้ำมันเกียร์รั่วเข้าสู่ระบบน้ำหล่อเย็น นอกจากนี้ หากกดคันเร่งแล้วรถไม่เร่งตามใน 1-2 วินาที แล้วกระชากไปข้างหน้า หรือเข้าเกียร์ถอยหลังแล้วรอนานกว่า 2 วินาทีกว่ารถจะเคลื่อนที่ แสดงว่าเกียร์มีปัญหา ควรนำรถเข้าศูนย์หรืออู่ทันที
การขับขี่และดูแลเกียร์อย่างถูกต้องตามที่กล่าวมาจะช่วยยืดอายุเกียร์ออโต้และ CVT ได้อย่างมาก



