AP X Swatch โปรเจกต์ Royal Pop ทุบกำแพงนาฬิกาหรูหลักล้านสู่หลักหมื่น
AP X Swatch Royal Pop ทุบกำแพงนาฬิกาหรูหลักล้านสู่หลักหมื่น

สิ้นสุดการรอคอย! ห้างอาจกลับมาแตกอีกครั้ง เมื่อ Swatch และ Audemars Piguet เปิดตัวโปรเจกต์ Royal Pop ทุบกำแพงนาฬิกาเรือนหลักล้านสู่หลักหมื่น โดย PPTV Online เผยแพร่: 10 พ.ค. 2569

กระแสเรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการนาฬิกา

Trick & Trend กลายเป็นกระแสเรียกเสียงฮือฮาให้กับวงการนาฬิกาอีกครั้ง! เมื่อ Swatch แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับนิยามว่าเป็นเจ้าแห่งการคอลแล็บของโลก ออกมาประกาศโปรเจกต์ใหม่ในชื่อ Royal Pop ซึ่งตอนแรกเหล่านักสะสมต่างพากันเดาว่า อาจเป็นการร่วมมือกับแบรนด์หรูนอกเครืออย่าง Audemars Piguet หรือ AP ผู้สร้างนาฬิการะดับตำนานอย่างรุ่น Royal Oak หรือไม่? แต่ไม่ใช่แค่ข่าวลือให้เดากันอีกต่อไป! เพราะ Swatch ออกมายืนยันแล้วว่าปริศนานี้เป็นการจับมือกับ AP จริง

ทำความรู้จัก Swatch ก่อน

Swatch ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องบอกเวลา แต่คือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาไปตลอดกาล ย้อนกลับไปในช่วงปี 1970-1980 อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสเกือบจะล่มสลาย โดยมีผู้ผลิตต้องปิดตัวลงไปมากถึง 60,000 ราย เนื่องจากการเข้ามาของนาฬิกาควอตซ์จากญี่ปุ่นที่มีราคาถูกและแม่นยำกว่า Swatch จึงถูกสร้างขึ้นในปี 1983 ภายใต้แนวคิดนาฬิกาพลาสติกสัญชาติสวิสที่มีราคาย่อมเยา ไม่จำเป็นต้องเป็นของมีค่าที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นเพียงเรือนเดียว แต่สามารถเป็นเครื่องประดับที่เปลี่ยนได้ตามอารมณ์ การแต่งตัว หรือโอกาสต่างๆ ได้เหมือนเสื้อผ้า และกลยุทธ์นี้เองที่ทำให้แบรนด์รอดพ้นจากวิกฤตควอตซ์มาได้ในตอนนั้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลยุทธ์ Collaboration แนวคิดจากหน้าปัดนาฬิกาสู่ผืนผ้าใบ

เมื่อความนิยมเปลี่ยนไป ราคาไม่ได้เป็นตัวตัดสินเดียวที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อนาฬิกา Swatch จึงเป็นผู้บุกเบิกการเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาให้เป็นผืนผ้าใบสำหรับศิลปิน โดยดึงกลยุทธ์ Collaboration มาใช้ร่วมกับศิลปินระดับโลก เช่น Keith Haring, Roy Lichtenstein รวมถึงการทำคอลเลกชันร่วมกับแบรนด์หรูในเครือเดียวกันที่เป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง MoonSwatch ที่ร่วมมือกับ Omega ในปี 2022 ซึ่งทำยอดขายถล่มทลายแบบห้างแตกตั้งแต่วันแรก ต่อด้วยปี 2023 กับ Scuba Fifty Fathoms ที่ร่วมมือกับ Blancpain แบรนด์นาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งก็สร้างความฮือฮาได้ไม่แพ้กัน

ปี 2026 กับปริศนา Royal Pop

ตัดภาพมาที่ปี 2026 ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Swatch ได้ปล่อยทีเซอร์โปรเจกต์ใหม่ที่ชื่อว่า Royal Pop ออกมา จนเกิดการคาดเดาอย่างฮือฮาในโซเชียลว่า หรือโปรเจกต์นี้อาจเป็นการร่วมมือกับแบรนด์นอกเครือครั้งแรกอย่าง Audemars Piguet หรือ AP ในรุ่น Royal Oak กระแสดังกล่าวทำให้เสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมองว่ารับไม่ได้ เพราะ Royal Oak คือนาฬิกาหรูระดับตำนานที่มีราคาสูงหลักล้านบาท ซึ่งการร่วมมือกับ Swatch อาจเป็นการลดทอนคุณค่าของแบรนด์ หรือบ้างก็ว่าการได้มาของตัว Royal Oak ค่อนข้างยากลำบากทั้งการจอง การซื้อที่ยาก อีกทั้งด้วยราคาที่สูงเฉียดล้าน ในขณะที่ตัว Swatch เองนั้นอยู่ในระดับราคาที่หลักพันปลายๆ ถึงหมื่นต้นๆ และใครๆ ก็จับต้องได้ง่าย ส่วนอีกฝ่ายที่ชื่นชอบ Swatch ต่างก็บอกว่านี่ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์และเสน่ห์ของแบรนด์หากจะร่วมกันจริงก็คงไม่แปลกอะไร

ยืนยันการจับมือกับ AP

แต่แล้วสาวก AP ที่ไม่เห็นด้วยต้องใจสลาย เพราะล่าสุดวันที่ 9 พ.ค. 2026 Swatch ออกมาประกาศชัดเจนเลยว่า โปรเจกต์ Royal Pop คือการจับมือกับ Audemars Piguet หรือ AP จริงๆ แต่จะออกมาเป็นรูปแบบไหนนั้นยังคงเป็นปริศนาอยู่

แกะรอยกลยุทธ์ Democratic Luxury

PPTV Wealth มองว่าปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ากลยุทธ์ Collaboration ของ Swatch ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีหรือเติมโลโก้เข้าไป แต่คือการดึงกลยุทธ์ Democratic Luxury หรือการนำดีเอ็นเอของนาฬิการะดับไฮเอนด์ที่ราคาหลักแสนหรือหลักล้าน มาย่อส่วนให้อยู่ในราคาที่จับต้องได้เพียงหลักหมื่นต้นๆ ซึ่งกลยุทธ์นี้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย จากกรณีของ MoonSwatch ที่ดันยอดขายรวมของ Swatch Group ให้พุ่งสูงขึ้นจากรายได้ปีก่อนหน้า 7,313 ล้าน CHF หรือราว 250,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 7,499 ล้าน CHF หรือประมาณ 280,000 ล้านบาท โดยในปีที่เปิดตัวครั้งแรก มีการคาดการณ์ว่า Swatch สามารถขาย MoonSwatch ได้มากกว่า 1 ล้านเรือนภายในปีเดียว และดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหน้าใหม่ได้อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอเพราะต่อมาก็สร้างปรากฏการณ์ Resale ซึ่งในช่วงที่สินค้าขาดแคลน นาฬิกา Swatch ที่วางขายในราคาปกติประมาณ 9,000 - 10,000 บาท ถูกนำไปประมูลหรือรีเซลต่อในราคาสูงถึง 3-5 เท่าตัว หรือบางรุ่นพุ่งไปแตะหลักแสนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากมากสำหรับนาฬิกา Mass Product แม้จะเป็นนาฬิกาพลาสติก แต่ความต้องการที่ดูจะประสบความสำเร็จของการร่วมกันนี้ ไม่เพียงแต่สร้างกำไรให้ Swatch แต่ยังช่วยสร้าง Brand Awareness ให้กับแบรนด์หรูอย่าง Omega และ Blancpain ไปในตัวด้วย

ทำไม Royal Pop ถึงเป็นปรากฏการณ์ช็อกโลก?

ต้องบอกว่า ที่ผ่านมา Swatch จับมือกับแบรนด์ที่อยู่ในเครือตัวเอง หรือ Swatch Group มาตลอด แต่ครั้งนี้ AP คือแบรนด์อิสระระดับท็อปของโลก และ Royal Oak ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนาฬิกาที่ซื้อยากที่สุดรุ่นหนึ่ง ต้องทำยอดประวัติการซื้อ เป็นลูกค้า VIP ถึงจะมีสิทธิ์ครอบครอง ดังนั้นโปรเจกต์ Royal Pop ที่เป็นการร่วมมือกับ AP จริงๆ อาจจะเป็นการนำนาฬิกาที่จองยากที่สุดและราคาพุ่งแรงที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ลงมาเขย่าตลาดแมส ซึ่งมูลค่าทางการค้าและกระแสรีเซลที่จะเกิดขึ้นนั้น อาจจะสร้างสถิติใหม่ยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ที่เคยมีมาก็เป็นได้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าการปล่อยทีเซอร์เพื่อให้คนคาดเดาในตอนแรกจะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมาก เพราะการร่วมกับ AP นี้ถือเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Swatch เคยมีมา

เกมนี้ถ้า Swatch วิน แล้ว AP ได้อะไร?

แน่นอนว่าเปิดตัวมาแบบนี้ Swatch จะได้ประโยชน์จากการร่วมกันครั้งนี้อย่างแน่นอน ทั้งกระแส รายได้ หรืออาจจะยอดขายถล่มทลาย หากเทียบกับครั้งก่อนๆ ที่เคยทำการ Collaboration มา แต่คำถามที่น่าคิดและท้าทายที่สุดคือ แล้วฝั่ง AP ล่ะ ได้อะไรจากดีลนี้? หลายคนวิเคราะห์ว่า AP อาจจะกำลังเดินเกมขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ แต่ทั้งนี้เป็นเรื่องที่เรายังต้องค้นหาคำตอบ และรอดูกันต่อว่าในวันที่ 16 พ.ค. นี้ จะมีความชัดเจนอะไรออกมาเพิ่มเติมเพื่อตอบคำถามคาใจของเหล่าสาวกนาฬิกาทั่วโลกอีกหรือไม่ ว่าทำไมทั้งสองแบรนด์นี้ถึงมาจับมือกันได้