“ศุภจี” ฝ่าดรามา ลุย 5 นโยบายไทยช่วยไทย เปิดจุดขาย 800 อำเภอ ดูแลค่าครองชีพ
วันนี้ (23 เม.ย. 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่ซับซ้อนในหลายมิติ โดยเฉพาะวิกฤติพลังงานที่กดดันราคาสินค้าและค่าขนส่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญสูงสุด และหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย อาจต้องปรับราคาสินค้าบางประเภทตามโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
โครงการไทยช่วยไทยเต็มรูปแบบ เริ่ม 1 พ.ค. นี้
ในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย” อย่างเต็มรูปแบบ โดยบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยและกองทุนหมู่บ้าน เปิดจุดขายสินค้าผ่าน 800 ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายสินค้าลดค่าครองชีพทุกวันศุกร์ ขณะนี้มีอำเภอพร้อมเข้าร่วมแล้วประมาณ 660 แห่ง และจะเริ่มโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้
สำหรับพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงยาก จะใช้โครงการ “ธงฟ้าเคลื่อนที่” และเปิดรับ “รถพุ่มพวง” เพิ่มจากเดิม 2,000 คัน เป็น 5,000 คัน โดยคาดว่าจะเปิดรับสมัครภายในอาทิตย์หน้า ภาครัฐจะช่วยเหลือด้านบัตรเติมน้ำมัน แบ่งเป็นรถมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างได้รับค่าน้ำมัน 1,500 บาทต่อเดือน และรถยนต์ 3,000 บาทต่อเดือน คาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคมนี้
ช่วยเหลือ SMEs ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างน้อย 6 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Thailand Postmart, Nexgen, Shopee, LAZADA, TikTok และ LINE MAN ซึ่งจะไม่คิดค่าธรรมเนียม (GP) พร้อมสนับสนุนค่าขนส่งและจัดทำคูปองส่วนลดจำนวน 500,000 ใบ มูลค่าใบละ 100 บาท ให้กับผู้ซื้อ โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นผู้ผลิตจริง มีมาตรฐาน และมีความพร้อมในการจำหน่ายออนไลน์ จำนวน 2,000 ราย เข้าสู่แพลตฟอร์มดังกล่าว โดยมีเป้าหมายขยายไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย
5 นโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์
นโยบายของกระทรวงพาณิชย์เน้นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว ประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ดังนี้
- การดูแลค่าครองชีพและสร้างรายได้ยกระดับชุมชน
- รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
- สร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน
- สร้างสมดุลการส่งออก
- ยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อกกฎหมาย
เป้าหมายคือทำให้ประชาชนประหยัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และกระจายโอกาสอย่างทั่วถึง ทั้งในระดับชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวข้ามวิกฤตและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ผลงาน 6 เดือน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 73,000 ล้านบาท
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้แนวคิด Quick Big Win ผ่าน 7 นโยบายหลัก 19 โครงการสำคัญ และกว่า 80 กิจกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 73,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรได้รับประโยชน์มากกว่า 6 ล้านครัวเรือน และผู้ประกอบการได้รับประโยชน์มากกว่า 193,000 ราย
ตัวอย่างผลงาน เช่น โครงการร้านยาสุขกายสบายกระเป๋าช่วยลดภาระประชาชนกว่า 5,600 ล้านบาท และกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 16,650 ล้านบาท การส่งเสริมแฟรนไชส์และสินเชื่อ SMEs สร้างมูลค่าธุรกิจรวมกว่า 1,500 ล้านบาท และการดูแลเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด หมุนเวียนเศรษฐกิจได้กว่า 325 ล้านบาท
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้แต่งตั้งโฆษกกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ 2 ท่าน คือ นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และนายประคัลร์ กอดำรง เอกอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) เพื่อประชาสัมพันธ์งานกระทรวงพาณิชย์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น



