เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้ธนาคารของรัฐเป็นกลไกหลักในการปล่อยสินเชื่อให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ
รายละเอียดแผนกู้เงิน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า แผนกู้เงินดังกล่าวจะดำเนินการผ่านการออกพันธบัตรของกระทรวงการคลัง โดยมีธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นผู้บริหารจัดการสินเชื่อเป้าหมายครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ รวมถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
วัตถุประสงค์หลัก
- เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ
- สนับสนุนการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ
- ลดภาระหนี้สินของประชาชนผ่านการปรับโครงสร้างหนี้
รัฐบาลคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 3 ในปีนี้ และช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่า การกู้เงินจำนวนมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหนี้สาธารณะในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่เศรษฐกิจต้องการแรงกระตุ้น การดำเนินการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยรุนแรงเกินไป
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความหวังว่าการปล่อยสินเชื่อของแบงก์รัฐจะช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ธนาคารพาณิชย์อาจไม่ครอบคลุม
ข้อควรระวัง
- ต้องมีการควบคุมการใช้เงินอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
- ควรมีแผนชำระหนี้ที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดภาระทางการคลังในอนาคต
- การปล่อยสินเชื่อต้องไม่ก่อให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้น
รัฐบาลยืนยันว่าแผนนี้อยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินที่เข้มงวด และจะมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง



