ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ปรับราคาเป็น 15 บาท 1 พ.ค.นี้ สะท้อนวิกฤตสื่อสิ่งพิมพ์จากต้นทุนพุ่งและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ปรับราคา 15 บาท 1 พ.ค. สะท้อนวิกฤตสื่อสิ่งพิมพ์

วิกฤตสื่อสิ่งพิมพ์! ไทยรัฐ-เดลินิวส์ ปรับราคาเป็น 15 บาท เริ่ม 1 พ.ค. นี้

ในวันที่ 23 เมษายน 2569 หนังสือพิมพ์รายวันยักษ์ใหญ่สองฉบับของประเทศไทยอย่าง "ไทยรัฐ" และ "เดลินิวส์" ได้ประกาศปรับราคาจำหน่ายปลีกจากฉบับละ 10 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 15 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ของอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน

ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน

สาเหตุหลักของการปรับราคาครั้งนี้มาจาก ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจสื่อที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลมาอย่างยาวนาน ผู้บริโภคหันไปเสพข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายหนังสือพิมพ์ลดลงอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์แผงหนังสือพิมพ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สถานการณ์ของแผงหนังสือพิมพ์กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะในย่านซอยวิภาวดี 60 และ 64 ซึ่งในอดีตเคยมีแผงหนังสือวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ร้านเท่านั้น เจ้าของร้านเปิดเผยว่ายอดรับหนังสือต่อวันลดลงเหลือเพียงหลักสิบฉบับ โดยลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกประจำ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นหรือนักศึกษานั้นแทบไม่มีผู้อ่านหน้าใหม่เข้ามาซื้อ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบในจังหวัดนนทบุรีและเชียงใหม่

ในจังหวัดนนทบุรี ย่านตลาดปากเกร็ด จากเดิมที่เคยมีร้านขายหนังสือพิมพ์ 5-6 แห่ง ปัจจุบันเหลือเพียง 2 แผงเล็ก ๆ เท่านั้น เจ้าของแผงรายหนึ่งระบุว่าหลังจากแจ้งเรื่องการปรับขึ้นราคาให้ลูกค้าทราบ ลูกค้าประจำบางส่วนที่อุดหนุนกันมานานกว่า 10 ปี ได้ตัดสินใจยกเลิกการสั่งจองทันทีเนื่องจากมองว่าภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เจ้าของแผงอีกรายปรับลดขนาดร้านเหลือเพียงโต๊ะพับตัวเล็ก ๆ ยอมรับว่าได้กำไรเพียงฉบับละ 1.30 บาท

ในจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณตลาดเมืองใหม่ บรรยากาศตามแผงหนังสือค่อนข้างเงียบเหงา ผู้ซื้อส่วนใหญ่ซื้อไปให้ผู้สูงอายุที่บ้านอ่านเพื่อส่งเสริมเรื่องความจำและเป็นความคุ้นเคยเดิมที่ไม่มีความถนัดในการใช้เทคโนโลยีสมาร์ตโฟน แม้ผู้บริโภคจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการปรับราคาตามภาวะเศรษฐกิจ แต่การปรับขึ้นราคาครั้งเดียวถึง 5 บาท ถูกมองว่าเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มผู้เกษียณอายุ

ข้อมูลจากสายส่งและมุมมองจากภาควิชาชีพสื่อ

บริษัท ชินบุน เอ็กซ์เพรส จำกัด ย่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขายส่งหรือ "สายส่ง" เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยอดขายลดลงจากวันละ 20,000-30,000 ฉบับ เหลือเพียงวันละ 2,000-3,000 ฉบับเท่านั้น ซึ่งลดลงกว่าร้อยละ 90 อย่างไรก็ตาม ทางผู้ประกอบการได้พยายามปรับตัวด้วยการขยายพื้นที่จัดส่งให้ครอบคลุมมากขึ้นและเปิดช่องทางจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ส่งตรงถึงบ้านลูกค้า

นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปรับข้อมูลข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แม้สำนักพิมพ์หลายแห่งจะปิดตัวลงไปแล้ว แต่สื่อที่เหลืออยู่ต้องเร่งสร้างฐานผู้อ่านกลุ่มใหม่และปรับโมเดลธุรกิจให้ทันต่อเทคโนโลยี เขายังเชื่อมั่นว่าหนังสือพิมพ์จะยังไม่เลือนหายไปจากสังคมไทยในเร็ววัน เนื่องจากมี "เสน่ห์" และ "คุณค่า" เฉพาะตัว โดยเฉพาะบทบรรณาธิการ บทวิเคราะห์สถานการณ์ และข่าวสืบสวนเชิงลึกที่มีความเข้มข้นและน่าเชื่อถือ