รัฐบาลเร่งกระจายสินค้าราคาถูกทั่วประเทศ ตั้งเป้าครบทุกอำเภอภายใน 1 พฤษภาคม
รัฐบาลเร่งกระจายสินค้าราคาถูกทั่วประเทศ ครบทุกอำเภอ 1 พ.ค.

รัฐบาลเร่งกระจายสินค้าราคาถูกทั่วประเทศ ตั้งเป้าครบทุกอำเภอภายใน 1 พฤษภาคม

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของมาตรการสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเน้นย้ำถึงการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ

ผนึกกำลังกองทุนหมู่บ้านและแพลตฟอร์มออนไลน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อขยายโครงการไทยช่วยไทยให้เข้าถึงทุกพื้นที่ โดยจะกระจายสินค้าไปยังกว่า 8,000 อำเภอ ทั่วประเทศ พร้อมทำงานร่วมกับไปรษณีย์ไทยเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง

สำหรับสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตร จะมีการวางขายที่ตลาดนัดและกระจายผ่านรถพุ่มพวง เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) โดยใช้กองทุนหมู่บ้านและร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านเข้ามารับสินค้าเพื่อกระจายต่อไปยังชุมชนต่างๆ

ขับเคลื่อนผ่าน 5 แพลตฟอร์มออนไลน์หลัก

กระทรวงพาณิชย์ได้จดทะเบียนรับสมัครสินค้าชุมชนและสินค้า SMEs ให้ผู้ประกอบการเข้ามาอยู่ใน 5 แพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่

  • Thailandpostmart
  • Nexgen
  • Tiktok
  • Shopee
  • Line

ขณะนี้กำลังคัดเลือกสินค้าอยู่ 2,000 รายการ โดยไม่คิดค่า GP และกระทรวงพาณิชย์จะช่วยสนับสนุนค่าขนส่งเพื่อให้ไรเดอร์มีรายได้ รวมถึงการโปรโมตสินค้า SMEs ผ่านอินฟลูเอนเซอร์

นางศุภจี ยังเปิดเผยว่า จะมีการแจกคูปองลดราคาสินค้า SMEs ที่อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์มูลค่า 100 บาท จำนวน 5 แสนใบ เพื่อส่งเสริมการซื้อขายและเพิ่มทางเลือกสินค้าราคาประหยัดให้กับประชาชน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการภายใน 1 พฤษภาคม

สำหรับการกระจายสินค้าไปขายตามอำเภอต่างๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงพูดคุยและเตรียมความพร้อม หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นี้

อย่างไรก็ตาม นางศุภจี ยังไม่ยืนยันแน่ชัด เนื่องจากต้องมีการเตรียมความพร้อมทั่วประเทศให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

มาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามรัฐบาลในการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากผ่านการกระจายสินค้าชุมชนและ SMEs ไปยังทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง