กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ตามคาด
กนง. มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ตามคาด (12.07.2026)

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 1 ของปี 2568 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยเป็นการคงดอกเบี้ยต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อนในเดือนธันวาคม 2567

เหตุผลที่ กนง. คงดอกเบี้ยนโยบาย

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย ทำให้การคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว

มุมมองต่อเศรษฐกิจไทยปี 2568

กนง. คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ในช่วง 2.5-3.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การส่งออกอาจชะลอตัวลงจากความต้องการของโลกที่อ่อนแอและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและค่าเงินบาท

การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับที่กว้าง ซึ่งอาจกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่าภาวะการเงินโดยรวมยังไม่ตึงตัว และสภาพคล่องในระบบการเงินยังเพียงพอต่อความต้องการของภาคเศรษฐกิจจริง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายในระยะต่อไป

นางสาวชญาวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า กนง. พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยจะติดตามปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน รวมถึงเสถียรภาพของระบบการเงินไทย