ประเทศไทยกำลังจะมีแลนด์มาร์กความบันเทิงระดับโลกแห่งใหม่ เมื่อ Avatar: Guardians of Eywa จากแฟรนไชส์ภาพยนตร์ชื่อดังของ James Cameron เตรียมเปิดประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟในรูปแบบ The Magic Walk เป็นแห่งแรกของโลกที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2570 ต่อเนื่องจาก Blue Dome ที่จะเปิดใช้งานปลายปี 2569
ความร่วมมือระดับโลกสร้างประสบการณ์เหนือจินตนาการ
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กับ EMM Williams Productions เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ผสานการแสดงสด เทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ แสง สี เสียง และกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟ เข้ากับเรื่องราวของโลกแพนโดรา พร้อมสอดแทรกแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและความยั่งยืน ซึ่งเป็นธีมหลักของภาพยนตร์ Avatar
ประสบการณ์ครั้งนี้จะจัดขึ้นภายใน Blue Dome at Asiatique Destination โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดย Shigeru Ban สถาปนิกชาวญี่ปุ่นเจ้าของรางวัล Pritzker Prize ซึ่งเดิมสร้างขึ้นสำหรับงาน Expo 2025 Osaka ก่อนถูกนำมาติดตั้งที่ประเทศไทย โดย AWC ระบุว่าเป็นการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเดิม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
พื้นที่ใหม่ 16,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ริมเจ้าพระยา
นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบ Blue Dome ยังได้รับการพัฒนาเป็นโซนประสบการณ์ใหม่รวมราว 16,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อกับร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่กิจกรรม และโซนริมน้ำ เพื่อรองรับการขยายตัวของเอเชียทีคในฐานะศูนย์กลางด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิง
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า "การเลือก Avatar เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ เพราะเป็นแบรนด์ที่มีฐานแฟนทั่วโลกและมีเนื้อหาสอดคล้องกับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทิศทางที่บริษัทต้องการผลักดันผ่านพันธกิจ Building Better Future" โดยมองว่าการนำทรัพย์สินทางปัญญาระดับโลกเข้ามาพัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยว จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มครอบครัวจากทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่มองหาประสบการณ์ใหม่และต้องการเดินทางเพื่อใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและคนใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะทยอยนำ IP ระดับโลกอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต
ลงทุน 8,000 ล้านบาท พัฒนาเอเชียทีคสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์
สำหรับการพัฒนาเอเชียทีค บริษัทตั้งงบลงทุนรวมไว้ประมาณ 8,000 ล้านบาท ครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่ทั้งโครงการ ทั้ง Blue Dome การเพิ่มพื้นที่กิจกรรม การก่อสร้างที่จอดรถ และการพัฒนาเฟสใหม่ๆ ขณะที่มูลค่าการลงทุนเฉพาะของโครงการ Avatar ยังไม่เปิดเผย เนื่องจากยังอยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติโครงการเพิ่มเติมจากคณะกรรมการบริษัท
AWC ระบุว่า จะทยอยเปิดพื้นที่เป็นลำดับ โดย Blue Dome จะเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2569 ส่วน Avatar: Guardians of Eywa จะเปิดช่วงต้นปี 2570 ก่อนทยอยเปิดประสบการณ์อื่นเพิ่มเติมตามแผน
ยอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 36% ตั้งเป้า 50,000 คนต่อวัน
ด้านการดำเนินงานของเอเชียทีค บริษัทเปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ค้าปลีกมีขนาดประมาณ 35,000 ตารางเมตร และมีแผนขยายพื้นที่รวมเป็นกว่า 224,000 ตารางเมตร โดยหลังทยอยเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่อย่าง SkyFlyer และกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้ยอดผู้ใช้บริการร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น 36% ขณะที่จำนวนผู้มาเยือนเกือบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากช่วงหลังโควิด พร้อมตั้งเป้าดันจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยเป็นมากกว่า 50,000 คนต่อวัน จากปัจจุบันที่อยู่ราว 30,000-40,000 คนต่อวัน
ททท. ชี้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ
นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า "โครงการดังกล่าวจะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่ช่วยเพิ่มจุดขายให้ประเทศไทยในตลาดท่องเที่ยวโลก จากเดิมที่ไทยเป็นที่รู้จักในด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการ สู่การมีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นในระดับเวิลด์คลาส"
ททท. เชื่อว่าโครงการจะช่วยดึงดูดทั้งกลุ่มครอบครัวและแฟนภาพยนตร์ Avatar จากทั่วโลก สอดคล้องกับนโยบาย Value over Volume ที่มุ่งเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพควบคู่กับการรักษาฐานนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยคาดว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชม Avatar จะใช้เวลาและใช้จ่ายภายในเอเชียทีคเพิ่มขึ้น ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ ททท. เตรียมนำโครงการดังกล่าวไปประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสำนักงานในต่างประเทศทั้ง 25 แห่ง เพื่อผลักดันแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของไทยสู่ตลาดโลก



