คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อเนื่องในการประชุมวันที่ 16 ตุลาคม 2567 โดยกรรมการ 5 ใน 6 คนเห็นด้วยกับการคงดอกเบี้ย ขณะที่กรรมการ 1 คนเห็นว่าควรปรับลดดอกเบี้ย 0.25%
ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.6% ในปี 2567
กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ร้อยละ 2.6 และร้อยละ 3.0 ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวดี ขณะที่การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มฟื้นตัวตามอุปสงค์โลกและการผลิตที่กลับมาขยายตัว
การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวจากความต้องการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวตามการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้าและงบประมาณปี 2568
เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และค่อยๆ เพิ่มขึ้นสู่ร้อยละ 1.2 ในปี 2568 โดยได้รับแรงกดดันจากด้านอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-3%
กนง. มองว่าเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป็นผลจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ
ส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงิน
กนง. ส่งสัญญาณว่าพร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงินหากเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าที่ประเมิน โดยระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ กนง. กล่าวว่า “หากเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าที่ประเมิน กนง. พร้อมจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง”
ตลาดการเงินยังมีความผันผวน
กนง. ติดตามความผันผวนของตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมถึงความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
คณะกรรมการเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว และพร้อมปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์



