เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวจะกระโดดตึกที่หอพักแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยกู้ชีพเข้าตรวจสอบ
เหตุการณ์หวิดเศร้า
ที่เกิดเหตุเป็นหอพัก 7 ชั้น พบหญิงสาวอายุ 21 ปี ยืนอยู่บนขอบระเบียงห้องพักชั้น 7 สภาพร้องไห้และมีอาการเครียดจัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมนานกว่า 30 นาที ก่อนจะสามารถพาหญิงสาวกลับเข้ามาในห้องได้อย่างปลอดภัย
จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า หญิงสาวถูกแฟนเก่าข่มขู่ทำร้ายร่างกายและใช้ข้อความคุกคามผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความเครียดสะสมและตัดสินใจจะกระโดดตึกเพื่อหนีปัญหา
แฟนเก่าข่มขู่ซ้ำเติม
นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ถูกแฟนเก่าซึ่งเลิกกันไปแล้วประมาณ 2 เดือน ตามข่มขู่และคุกคามผ่านทางเฟซบุ๊กและไลน์ โดยขู่ว่าจะมาทำร้ายร่างกายและทำลายชื่อเสียง ทำให้เธอหวาดกลัวและไม่กล้าออกจากห้องพัก
“เขาส่งข้อความมาข่มขู่ทุกวัน บอกว่าจะมาฆ่าและเผาบ้าน ฉันกลัวมาก ไม่รู้จะไปไหน อยากจบชีวิตตัวเอง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ตำรวจเร่งสืบสวน
พ.ต.อ. สมชาย ใจดี ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งเหตุได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งทราบชื่อคือ นายบี (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติหมายจับจากศาล
“เบื้องต้นเราได้รวบรวมหลักฐานทั้งข้อความข่มขู่และประจักษ์พยาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งข้อหาหลักคือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว และข้อหาข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว” ผู้กำกับฯ กล่าว
สถิติความรุนแรงในครอบครัว
จากข้อมูลของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ปี 2566 พบว่า มีคดีความรุนแรงในครอบครัวที่ถูกบันทึกกว่า 3,200 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีก่อน โดยปัจจัยหลักเกิดจากความหึงหวงและปัญหาทางการเงิน
ด้านนักจิตวิทยาแนะนำว่า ผู้ที่ถูกคุกคามควรแจ้งความทันที และไม่ควรเก็บไว้คนเดียว เนื่องจากอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตและเหตุรุนแรงดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวหญิงสาวไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินสภาพจิตใจและให้คำปรึกษา ก่อนจะส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย ส่วนคดีนี้ตำรวจจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด



