ดีเอสไอ (DSI) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจค้นบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ใช้บริษัทดังกล่าวในการฟอกเงิน โดยการตรวจค้นครั้งนี้สามารถยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินสด บัญชีธนาคาร รถยนต์หรู และเอกสารสำคัญ
รายละเอียดการตรวจค้น
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากคดีคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงประชาชนให้โอนเงิน โดยมีเครือข่ายเปิดบริษัททัวร์เป็นหน้าฉากเพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อและฟอกเงินผ่านธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีธุรกรรมทางการเงินผิดปกติสูงถึง 50 ล้านบาทต่อเดือน โดยดีเอสไอได้ติดตามเส้นทางการเงินมาตั้งแต่ต้นปี 2567
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย เงินสด 2.3 ล้านบาท สมุดบัญชีธนาคาร 15 เล่ม รถยนต์หรู 3 คัน ได้แก่ เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู และโตโยต้าอัลพาร์ด รวมถึงคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้าและการโอนเงินไปต่างประเทศ
การเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า บริษัททัวร์แห่งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินจากเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยใช้วิธีการเปิดทัวร์ปลอมเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน เงินที่ได้จะถูกโอนต่อไปยังบัญชีในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา และกัมพูชา ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
พันตำรวจตรี สุริยา กล่าวเพิ่มเติมว่า "บริษัททัวร์นี้ดำเนินกิจการมาเป็นเวลา 2 ปี มีนักท่องเที่ยวจริงบางส่วน แต่ธุรกรรมส่วนใหญ่เป็นการฟอกเงินจากคอลเซ็นเตอร์ เราพบว่ามีการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกลุ่มบุคคลต้องสงสัยมากกว่า 200 รายการ"
การดำเนินคดีและมาตรการต่อไป
ดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา 3 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยจะดำเนินการขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ดีเอสไอยังประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่ออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม
ด้านนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด แต่ยืนยันว่าสมาคมจะร่วมมือกับทางการในการตรวจสอบผู้ประกอบการที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
คำแนะนำสำหรับประชาชน
ดีเอสไอแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการลงทุนหรือใช้บริการบริษัททัวร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะที่เสนอโปรแกรมราคาถูกผิดปกติ หรือมีเงื่อนไขการชำระเงินที่ซับซ้อน หากพบความผิดปกติสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนดีเอสไอ 1202



