ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 9.57 จุด ไร้ปัจจัยหนุน กังวลเฟดชะลอปรับลดดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 9.57 จุด ไร้ปัจจัยหนุน กังวลเฟดชะลอลดดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ปรับตัวลดลง 9.57 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.71 มาอยู่ที่ระดับ 1,337.68 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 45,607 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากปัจจัยลบภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่อาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ยลง หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐออกมาสูงเกินคาด ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกดดันให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทย

ภาพรวมการซื้อขายและปัจจัยกดดัน

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 272,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 185,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และกดดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนต่างชาติจึงขายหุ้นไทยออกมา โดยวันนี้ต่างชาติขายสุทธิ 2,500 ล้านบาท

แนวโน้มในระยะต่อไป

นายวีระวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยยังคงมีความผันผวน และต้องติดตามปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 11-12 มิถุนายนนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญคือถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของเฟด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำนักลงทุนให้ชะลอการลงทุน และรอดูทิศทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะหลังจากผลการประชุมเฟดและตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในภาวะเช่นนี้คือหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มผลประกอบการที่ดี เช่น กลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคาร อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังความผันผวนของตลาด และกำหนดจุดตัดขาดทุนที่เหมาะสม

มุมมองจากนักวิเคราะห์อื่น

นายอภิชาติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. เอเซีย พลัส กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยในวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ยกเว้นตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยปัจจัยลบหลักยังคงเป็นความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด หลังจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะมีโอกาส 70% ลดลงเหลือ 50% ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และกดดันเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย

สำหรับแนวรับของดัชนีในวันพรุ่งนี้อยู่ที่ 1,330 จุด และแนวต้านที่ 1,350 จุด โดยนักลงทุนควรติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค และการประชุมเฟด ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในระยะสั้น