ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (12 พ.ค. 68) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.26 จุด หรือ 0.53% มาอยู่ที่ 1,560.45 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 65,234 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีทำระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 1,562.78 จุด และต่ำสุดที่ 1,554.12 จุด
ปัจจัยหนุนตลาด
นายกรกช ตั้งภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มพลังงาน เช่น บมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
แนวโน้มวันพรุ่งนี้
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค. 68) นายกรกช คาดว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแนวต้านที่ 1,570 จุด และแนวรับที่ 1,550 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือ สถานการณ์ราคาน้ำมันและการเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติ
หุ้นเด่นวันนี้
- PTT ปิดที่ 35.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.14%
- PTTEP ปิดที่ 152.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.67%
- SCB ปิดที่ 108.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.41%
- KBANK ปิดที่ 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.05%
ด้านหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ หุ้นกลุ่มสื่อสารและกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้รับแรงกดดันจากการปรับฐานทางเทคนิค
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยวันนี้ที่ 1,200 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศมีสถานะขายสุทธิ 500 ล้านบาท



