เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 พรรคก้าวไกลได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และคณะรัฐมนตรีรวม 16 ราย ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นผู้นำยื่น พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมลงนาม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอก
รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจประกอบด้วย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประเด็นหลักในการอภิปราย
นายชัยธวัช ตุลาธน กล่าวว่า ญัตติดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การบริหารราชการแผ่นดินที่ขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและหนี้สินของประชาชนได้ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใส ตามข้อมูลจากพรรคก้าวไกล ญัตติประกอบด้วยประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจและค่าครองชีพ การทุจริตคอร์รัปชัน การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และนโยบายต่างประเทศที่อ่อนแอ
กำหนดการอภิปราย
ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาญัตติและกำหนดวันอภิปรายในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะใช้เวลาอภิปราย 3-4 วัน โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องชี้แจงข้อกล่าวหาและแสดงผลงานเพื่อขอความเชื่อมั่นจากสภา หากญัตติผ่านการลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอาจต้องพ้นจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเศรษฐามีเสียงข้างมากในสภาจากพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้โอกาสที่ญัตติจะผ่านมีน้อย ตามการวิเคราะห์ของนักวิชาการ



