สหรัฐอเมริกาอนุมัติการขายอาวุธมูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่อิสราเอล โดยรวมถึงระเบิดนำวิถีและขีปนาวุธอากาศสู่พื้นจำนวนมาก การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าอิสราเอลกำลังเตรียมปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อตอบโต้อิหร่าน
รายละเอียดของข้อตกลงอาวุธ
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 ว่าอนุมัติการขายอาวุธชุดใหม่ให้อิสราเอล ซึ่งรวมถึงระเบิด MK-84 จำนวนหลายพันลูก ระเบิดนำวิถี JDAM และขีปนาวุธอากาศสู่พื้น AGM-114 Hellfire รวมถึงขีปนาวุธ AIM-120 AMRAAM สำหรับการป้องกันทางอากาศ มูลค่ารวมของข้อตกลงนี้อยู่ที่ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.76 แสนล้านบาท
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า "การขายอาวุธครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง และเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นระยะยาวของเราต่อความมั่นคงของอิสราเอล"
บริบทความขัดแย้งในภูมิภาค
การอนุมัติครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่อิสราเอลและอิหร่านมีความขัดแย้งโดยตรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอิสราเอลถูกกล่าวหาว่ากำลังวางแผนโจมตีครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงโรงงานนิวเคลียร์และฐานทัพต่างๆ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันที่ 2 มกราคม โดยอ้างอิงแหล่งข่าวทางการทูตว่าอิสราเอลอาจเปิดฉากโจมตีภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
อิหร่านตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากถูกโจมตี โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า "การโจมตีใดๆ ต่ออิหร่านจะได้รับการตอบสนองอย่างเด็ดขาดและทำให้ผู้รุกรานเสียใจ"
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การตัดสินใจของสหรัฐฯ ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ที่เรียกร้องให้สหรัฐฯ ใช้อิทธิพลเพื่อลดความตึงเครียดแทนการเพิ่มอาวุธ องค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ
ด้านรัสเซียและจีนแสดงความกังวลว่าการส่งอาวุธครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า "จีนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดกลั้นและหันมาใช้การเจรจาทางการทูตเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง"
ผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงชี้ว่าการส่งอาวุธครั้งนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของการปะทะโดยตรงระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งอาจลุกลามเป็นสงครามในวงกว้าง ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง กล่าวว่า "การที่สหรัฐฯ ส่งอาวุธให้อิสราเอลในปริมาณมากเช่นนี้ ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนอิสราเอลในทุกสถานการณ์ ซึ่งอาจทำให้อิสราเอลกล้าที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านมากขึ้น"
นอกจากนี้ การส่งอาวุธยังอาจส่งผลกระทบต่อความพยายามหยุดยิงในฉนวนกาซา ซึ่งปัจจุบันอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์กว่า 45,000 คน นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งในเดือนตุลาคม 2566



