ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดในวันนี้ปรับตัวลดลง 2.27 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.15 มาอยู่ที่ 1,512.34 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 45,678 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นแรงขายสุทธิ ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่อง จากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
ภาพรวมตลาดหุ้นไทย
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ตลอดทั้งวัน โดยมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ขณะที่นักลงทุนในประเทศยังคงชะลอการลงทุนเพื่อรอดูปัจจัยสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่
ปัจจัยกดดันตลาด
ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในวันนี้ มาจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง รวมถึงการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่สูงเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
- กลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบโลกที่อ่อนตัวลง
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องหนี้เสีย
- กลุ่มส่งออกได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า
หุ้นที่มีผลต่อดัชนี
หุ้นที่มีผลต่อการปรับตัวลงของดัชนีมากที่สุด ได้แก่ หุ้นในกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะหุ้น PTTEP, SCB และ KBANK ที่ปรับตัวลงตามลำดับ ขณะที่หุ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มยังคงทรงตัวได้ดี เนื่องจากเป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบน้อยกว่า
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อในระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,500 จุด ขณะที่แนวต้านที่ 1,530 จุด โดยต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า รวมถึงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของไทย เช่น GDP ไตรมาส 2
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนและรอดูสถานการณ์ก่อน พร้อมทั้งเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคภายในประเทศ



