วิกฤตหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงถึง 16.4 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 18 ปี
หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง 16.4 ล้านล้านบาท สูงสุดรอบ 18 ปี

วิกฤตหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงถึง 16.4 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 18 ปี

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2566 พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 16.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 89.6 ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเปราะบางทางเศรษฐกิจของประชาชนที่กำลังเผชิญกับภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุของหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยหลักที่ทำให้หนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มสูงขึ้นมาจากหลายสาเหตุ อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ของประชาชนลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ การกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยและรถยนต์ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค

ข้อมูลจากธปท. ระบุว่า หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 34.2 ของหนี้ทั้งหมด รองลงมาคือสินเชื่อเพื่อยานพาหนะร้อยละ 16.3 สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลร้อยละ 14.5 และสินเชื่อเพื่อการเกษตรร้อยละ 6.8

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัว เนื่องจากประชาชนต้องนำรายได้ไปชำระหนี้มากขึ้น ทำให้กำลังซื้อลดลง ส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม นอกจากนี้ ยังส่งผลให้สถาบันการเงินต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนหรือประกอบอาชีพเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในด้านสังคม หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นทำให้เกิดปัญหาความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตของประชาชน รวมถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่อาจเพิ่มขึ้นตามมา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภาระหนี้สินสูง

แนวทางแก้ไขปัญหา

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืน โดยเน้นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนผ่านการส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน การปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยการพักชำระหนี้หรือลดดอกเบี้ย รวมถึงการส่งเสริมการออมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับครัวเรือนในระยะยาว