ธุรกิจประกันภัยไทยปี 68 โต 3-5% ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ค่าเสียหายรุนแรง
ธุรกิจประกันภัยไทยปี 68 โต 3-5% ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ค่าเสียหายรุนแรง

นายจีรพันธ์ อัศวอารีวงศ์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจประกันภัยในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าเบี้ยประกันภัยรวมจะขยายตัว 3-5% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าบุคลากรและค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี

ปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจประกันภัย

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจประกันภัยในปี 2568 ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การขยายตัวของสินเชื่อ และการตื่นตัวด้านการบริหารความเสี่ยงของประชาชน นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน เช่น การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

ความท้าทายจากค่าเสียหายที่รุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันภัยยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากค่าเสียหายที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและพายุ ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงอุบัติเหตุทางถนนที่ยังมีอัตราการเกิดสูง ส่งผลให้บริษัทประกันภัยต้องปรับเพิ่มอัตราเบี้ยประกันเพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายจีรพันธ์กล่าวว่า "การปรับตัวของธุรกิจประกันภัยในยุคที่มีความไม่แน่นอนสูง จำเป็นต้องมีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การปรับตัวของบริษัทประกันภัย

บริษัทประกันภัยหลายแห่งเริ่มปรับกลยุทธ์โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการประเมินความเสี่ยงและการจัดการสินไหมทดแทน เช่น การใช้โดรนในการตรวจสอบความเสียหายจากภัยธรรมชาติ การใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์แนวโน้มความเสี่ยง และการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ธนาคารและบริษัทเทคโนโลยี จะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น

แนวโน้มการเติบโตในระยะยาว

ในระยะยาว ธุรกิจประกันภัยไทยมีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากอัตราการเข้าถึงประกันภัยของประชาชนยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว การส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม